3ปี ไร้เยียวยา! แรงงานเบอร์รีป่า บุกทวงเงิน กองทุนประกันรายได้ ไม่คืบหน้ารูปธรรม ยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว “จุลพันธ์” ลั่น ต้องมีคำตอบ ใน 14 วัน
19 มิถุนายน 2569 – ที่กระทรวงแรงงาน น.ส.ธนพร วิจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปีกแรงงาน พรรคประชาชน และกลุ่มตัวแทนแรงงานไทย ที่เคยไปเก็บเบอร์รีป่าในต่างประเทศได้รวมตัวกันเข้าพบ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีปัญหาเงินกองทุนประกันรายได้ และเงินกองทุนช่วยเหลือคนงานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2-3 ปี ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2565-2567

น.ส.ธนพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาแล้วหลายท่าน แต่การดำเนินการให้ความช่วยเหลือกลับไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นหลักที่แรงงานต้องการทวงถาม คือ เรื่องเงินกองทุนประกันรายได้ ซึ่งในสมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านหนึ่ง เคยลงพื้นที่พบปะแรงงาน และประกาศอย่างเป็นทางการผ่านสื่อมวลชนว่า เงินประกันรายได้ยังไงก็ต้องได้
“บริษัทจัดหางาน ได้นำเงินของแรงงานมาวางไว้กับ กรมการจัดหางานแล้ว ก่อนที่แรงงานจะเดินทางไปทำงาน เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากแรงงานกลับมาแล้วไม่ได้รับเงินตามสัญญา หรือไม่มีรายได้เลย จะต้องมีการจ่ายเงินส่วนนี้คืนให้แรงงาน” น.ส.ธนพร กล่าว
น.ส.ธนพร กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันแรงงานที่เดินทางกลับมายังไม่ได้รับเงินดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่เงินก้อนนี้ควรจะอยู่ที่กรมการจัดหางาน และยังมีเรื่อง เงินกองทุนช่วยเหลือคนงานไปทำงานต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมคนละ 500 บาท
ซึ่งทางกรม แจ้งว่า มีรายชื่อแรงงานที่ได้รับสิทธิในระบบประมาณกว่า 400 คน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกลับพบชื่อในระบบคอมพิวเตอร์เพียง 187 คน ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐ
“มีการเริ่มยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ.2567 และมีการเขียนคำร้องอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2567 โดยหน่วยงานรัฐอ้างว่า มีขั้นตอนการรอกระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ในการเข้าพบ ผู้บริหารในอดีต แรงงานเคยได้รับคำมั่นสัญญาว่า จะมีการจัดลำดับผู้ที่มีรายชื่อในคอมพิวเตอร์ 187 คนแรกก่อน เพื่อจ่ายเงินชดเชย แต่เมื่อติดตามผลกลับได้รับคำตอบว่าหมดระยะเวลาการยื่นคำร้อง ทั้งที่แรงงานติดตามเรื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ.2565” น.ส.ธนพร กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังจากการพูดคุยว่า ได้ไปรับฟังและเห็นว่า มีข้อเสนอเรื่องนี้เข้ามาหลายครั้งแล้ว เข้ามาตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง เข้าใจว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่เรื่องหนึ่งคือ บางเรื่องที่มันอาจจะดูว่า เป็นการเสียสิทธิของแรงงาน เช่น เรื่องที่เขาเข้ามาเรียกร้องแต่กลไกตามกฎหมายเนี่ยมันทำให้เขาเสียสิทธิ ในเรื่องกรอบเวลาอะไรต่างๆ ก็ได้ฝากท่านอธิบดีไปพิจารณาว่า เราจะเปิดขยายให้มีการทบทวนได้อย่างไร
“ซึ่งผมมองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และสิ่งที่เขาเรียกร้อง จะบอกว่า เขาหลุดจากกรอบเวลา มันไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่า เขาดำเนินการในเรื่องของการเรียกร้องสิทธิมาตั้งแต่ต้นของเหตุการณ์” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เราก็จะไปดูในช่องทางกฎหมาย ที่จะช่วยเหลือเยียวยาเขาให้ได้มากที่สุด ซึ่งรับปากไว้ว่า ภายใน 2 อาทิตย์ จะมีการให้คำตอบกลับไป ซึ่งต้องดูว่า กรอบของกฎหมายเราสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด
