ทุบวงจรบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า ทำลายของกลางกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่า 676 ล้านบาท โดยดำเนินการทำลายด้วยระบบเตาเผาปิดตามมาตรฐานสากล
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในพิธีทำลายของกลางประเภทบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยมี พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า กรมศุลกากรได้ขานรับ นโยบายรัฐบาลในการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าตรวจสอบและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าผ่านทุกช่องทาง ทั้งแนวชายแดน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน และระบบพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศ
จากการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง พบว่าขบวนการค้าบุหรี่ไฟฟ้ามีการพัฒนารูปแบบสินค้าเพื่อเจาะกลุ่มเยาวชนมากขึ้น โดยเฉพาะการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีลักษณะเป็นตัวการ์ตูน สีสันสดใส รูปลักษณ์น่ารักคล้ายของเล่น หรืออุปกรณ์แฟชั่น เพื่อดึงดูดความสนใจและทำให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายขึ้น
ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าลักษณะดังกล่าวได้เป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงความพยายามของเครือข่ายผู้ลักลอบจำหน่ายในการขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่
สำหรับของกลางที่นำมาทำลายในครั้งนี้ เป็นของกลางจากด่านศุลกากรทั่วประเทศที่คดีถึงที่สุดแล้ว จำนวนกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่ารวม 676 ล้านบาท โดยดำเนินการทำลายด้วยระบบเตาเผาปิดตามมาตรฐานสากล ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมมลพิษและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า การทำลายของกลางครั้งนี้เป็นการตัดวงจรบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ตอกย้ำความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าของกลางทั้งหมดได้รับการทำลายอย่างถูกต้อง โปร่งใส และไม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้อีก
ทั้งนี้ กรมศุลกากรยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายและบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมย้ำเตือนว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้าและจำหน่ายในประเทศไทย
ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทุกช่องทาง รวมถึงร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและห่างไกลจากภัยของบุหรี่ไฟฟ้า






