บุรีรัมย์ อดีตมีสแกรนด์ ควงทนาย โร่แจ้งตร. อ้างถูกนายทหาร อดีตแฟนเพื่อน บุกคุกคามถึงบ้าน ซ้ำโพสต์หมิ่นทำเสียหาย ส่งรูปอาวุธสงครามข่มขู่หวั่นไม่ปลอดภัย คาดเข้าใจผิด เป็นต้นเหตุให้เลิกกัน
23 มิ.ย. 69 – น.ส.ธัญญารัตน์ กองศรี หรืออาย อายุ 27 ปี มิสแกรนด์บุรีรัมย์ ปี 2024 และกรรมการตัดสินมิสแกรนด์บุรีรัมย์ ปี 2025 พร้อมด้วย นายศุภโชค มหิทธิโชติ ทนายความ ได้นำเอกสารหลักฐานข้อความการโพสต์หมิ่นประมาท และข่มขู่

เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ อ้างว่า ถูกนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตแฟนของเพื่อน มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคาม ทั้งไปถามหาถึงที่บ้าน โพสต์หมิ่นประมาท และส่งรูปถ่ายอาวุธสงครามข่มขู่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน และหวาดกลัวเกรงไม่ปลอดภัยกับชีวิต
น.ส.ธัญญารัตน์ เปิดเผยว่า รู้จักกับชายคนดังกล่าว ผ่านทางเพื่อนที่เคยคบหากัน โดยในช่วงที่ผ่านมาเคยมีปากเสียงและเกิดความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย เมื่อช่วง เดือน มี.ค. 69 ที่ผ่านมา แต่ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว ก็คิดว่าเรื่องราวจบแล้ว
แต่หลังจากนั้น เขาก็ทักมาแล้วเอารูปโปรไฟล์ของตัวเองไปโพสต์ลักษณะประกาศตามหาตัว ซึ่งตอนนั้น ตนก็ยังงงว่า ทำไมเขาทำแบบนั้น ซึ่งตนเองรู้จักกับนายทหารคนนี้ประมาณ 2 ปี เพราะเป็นแฟนของเพื่อน เคยเจอหน้าพูดคุยเคยร่วมวงดื่มกินด้วยกัน เพราะเป็นแฟนของเพื่อน
ต่อมาทราบว่า ตอนนี้เขาเลิกกันแล้ว หรือเขาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่า สาเหตุที่เลิกกัน เป็นเพราะตนเองหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวเลย หรืออาจจะไม่พอใจเรื่องเดิมที่เคยมีปากเสียงกันมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า ก็ได้แค่คาดเดา เพราะไม่รู้ว่า เขาไม่พอใจตนเองเรื่องอะไร
แต่ทราบว่า เขาไปตามหาถึงที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นตนเองไม่อยู่ แล้วยังมีการโพสต์ข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทให้เสียหาย ทั้งยังโพสต์รูปอาวุธสงครามมาลักษณะข่มขู่อีก ก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะจากพฤติการณ์ที่เขาไปถึงที่บ้าน และส่งรูปอาวุธสงครามมาแบบนี้ และไม่รู้ว่า รูปอาวุธสงครามเขามีจริงหรือไม่ แต่ก็กลัวจะไม่ปลอดภัย
จึงได้ร้องเรียน ทนายความ เพื่อพาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับนายทหารคนดังกล่าว
ด้านนายศุภโชค มหิทธิโชติ ทนายความ เปิดเผยว่า จากข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้น ที่ได้รับจากผู้เสียหาย พบว่า มีทั้งประเด็นการหมิ่นประมาทและการข่มขู่ โดยเฉพาะการส่งภาพอาวุธปืนในลักษณะที่อาจทำให้ผู้รับเกิดความหวาดกลัว ซึ่งเข้าข่ายพฤติการณ์ที่ต้องให้พนักงานสอบสวนพิจารณา
ทั้งนี้ จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และอาจพิจารณาใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาล หากมีเหตุอันสมควร
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับเรื่องไว้แล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นจะได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป
ขณะที่ทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง นายทหาร ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากอีกฝ่าย แต่เจ้าตัวระบุว่า ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล เนื่องจากอยู่ระหว่างทำงาน
