ภูเก็ต ตำรวจน้ำ จับกุมเรือทัวร์ พานักท่องเที่ยวชาวจีน ตกปลากลางทะเล ยึดอุปกรณ์ Starlink ไม่มีเอกสารครอบครอง เร่งสอบประกอบธุรกิจทัวร์ไร้ไกด์-ขยายผลนอมินี

23 มิ.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ภูเก็ต ได้รับแจ้งข้อมูลว่า มีเรือนำเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นำนักท่องเที่ยวชาวจีน ออกไปทำกิจกรรมตกปลาในทะเล โดยอาจมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.ท.วิษณุ จินาวงษ์ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้นำเรือตรวจการณ์ 444 ออกลาดตระเวนตรวจสอบในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณแหลมดินสอ ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต พบเรือบรรทุกคนโดยสารหรือเรือทัวร์ตกปลา กำลังนำนักท่องเที่ยวชาวจีนออกทำกิจกรรมตกปลาในทะเล จึงเข้าตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่

จากการตรวจสอบพบว่า บนเรือมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 2 คน โดยสารมาในลักษณะเหมาลำ และมีนายกฤต สงวนนามสกุล เป็นผู้ควบคุมเรือ ภายในเรือพบการติดตั้งอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมระบบ Starlink ประกอบด้วยอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์จ่ายไฟ และอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลายรายการ

เจ้าหน้าที่จึงสอบถามถึงที่มา และขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ควบคุมเรือ ให้การว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของ บริษัทผู้ว่าจ้าง แต่ไม่สามารถนำเอกสารการนำเข้า การครอบครอง หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่ จึงตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบใบอนุญาตใช้เรือ และคุณสมบัติผู้ประจำเรือ ยังพบว่า ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จึงแจ้งข้อกล่าวหา ใช้เรือผิดเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบรูปแบบการให้บริการนำเที่ยวของเรือลำดังกล่าว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีน เดินทางไปกับเรือ โดยไม่มีผู้ใดแสดงตน หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ประจำคณะ เมื่อตรวจสอบจากผู้ควบคุมเรือ บุคคลบนเรือ และนักท่องเที่ยว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการจัดมัคคุเทศก์ ร่วมเดินทางตามที่กฎหมายกำหนด

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่เชื่อได้ว่า ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวอาจฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการจัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว จึงได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบริษัทผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว พร้อมจัดทำสำนวนและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กรมการท่องเที่ยวพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลตรวจสอบโครงสร้างการประกอบธุรกิจ และแหล่งที่มาของเงินลงทุน หลังพบข้อมูลที่น่าสงสัย โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน หรือ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางทะเล คุ้มครองนักท่องเที่ยว และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน