ลุงรปภ. ร้องโดนเรียกเงินแสน ห้ามหนุ่มขับเก๋งย้อนศรเข้าหมู่บ้าน เจอมีดสปาต้าฟันแต่หลบทันคว้าไม้สวนกลับทำมือคู่กรณีเจ็บเป็นแผล น้อยใจไม่ได้รับความเป็นธรรม ประธานนิติบุคคล ยัน รปภ.ทำตามหน้าที่เพื่อความปลอดภัยชุมชน

วันที่ 23 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 13 ม.4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ระบุ รปภ.หมู่บ้านถูกชายใช้มีดสปาต้าฟันหลังปะทะคารมกันเรื่องการจราจรในหมู่บ้าน รปภ.หลบทันคว้าไม้ฟาดสวนกลับโดนนิ้วบาดเจ็บ แต่กลับถูกคู่กรณีเรียกค่าเสียหายกว่า 1 แสนบาท ทำให้สุดงงทั้งที่ถูกหาเรื่องและถูกมีดฟันก่อน

โดยนายจิระวัฒน์ อายุ 59 ปี รปภ.หมู่บ้าน เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ช่วงเวลา 20.00 น.คืนที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ป้อมรปภ.ด้านหลังหมู่บ้าน มีรถยนต์ลูกบ้านพยายามขับย้อนศรเข้ามาทางช่องทางออก ซึ่งมีการนำกรวยจราจรมาวางกั้นตามระเบียบป้องกันการฝ่าฝืนกฎจราจรภายในหมู่บ้าน ซึ่งชายคนขับยังพยายามฝ่าเข้ามาจนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น

ก่อนถูกฝ่ายคู่กรณีหยิบมีดสปาต้ายาวประมาณ 1 ฟุตพุ่งเข้ามาฟันแต่หลบทันใช้ไม้หวดโต้กลับไป 1 ครั้งส่งผลให้เกิดบาดแผลบริเวณมือ จากนั้นเขาขับรถออกจากจุดเกิดเหตุไป ต่อมามีกลุ่มชายมาสอบถามว่าใครทำร้ายน้องเขา ซึ่งได้ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นแต่เป็นการป้องกันตัวหลังถูกมีดฟัน หากหลบไม่ทันอาจบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้าไอซียูก็เป็นได้

นายจิระวัฒน์ เล่าต่อว่า หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งประธานนิติบุคคลหมู่บ้านและหัวหน้าชุดรปภ. ก่อนแจ้งตำรวจโดยมีความพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยกันแต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากคู่กรณีอ้างว่าได้รับบาดเจ็บและต้องการเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 1 แสนบาท ซึ่งมองว่าบาดเจ็บเล็กน้อยทำไม่ถึงแพงมากขนาดนี้ ทั้งนี้เราได้แจ้งความเอาไว้แล้วที่ สภ.คลองหลวง ตำรวจได้เสนอแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนละครึ่งเพื่อยุติเรื่อง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป

” ผมรู้สึกน้อยใจและไม่ได้รับความเป็นธรรมมาก เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบของหมู่บ้านในการห้ามรถย้อนศรเข้าออก ไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือมุ่งเป้าไปที่รถคันใดคันหนึ่ง รถทุกคันที่พยายามย้อนศรจะถูกห้ามเช่นเดียวกันแต่กลับกลายเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับปัญหาและข้อกล่าวหาทั้งที่เป็นฝ่ายถูกใช้อาวุธก่อน ซึ่งผมไม่ได้ต้องการเรียกร้องสิ่งใด เพียงต้องการให้เรื่องจบลงด้วยดี แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย “

ด้านประธานนิติบุคคล บอกว่า คู่กรณีไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่เข้ามาส่งงานหรือทำธุระบางอย่าง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบที่กำหนดเส้นทางเข้าและออกไว้อย่างชัดเจน ลูกบ้านทุกคนทราบและปฏิบัติตามกฎอยู่แล้ว การกระทำเช่นนี้อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนภายในหมู่บ้าน อีกทั้งที่ผ่านมานิติบุคคลได้รับข้อร้องเรียนจากลูกบ้านเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เส้นทางไม่ถูกต้องอยู่เป็นประจำ จึงกำชับรปภ. เข้มงวด เพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาความปลอดภัยภายในชุมชน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์ ข้อเท็จจริงคือไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหาของคู่กรณีซึ่งเป็นฝ่ายกระทำผิดกฎของหมู่บ้านตั้งแต่ต้น และมีพฤติกรรมลักษณะนี้ขึ้นซ้ำหลายครั้ง รปภ.เคยตักเตือนมาโดยตลอด อีกทั้งยังได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านว่า ชายคนนี้เช่าบ้านภายในหมู่บ้านและจับกลุ่มสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ขับรถเสียงดังในช่วงเย็น ใช้รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง สร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้อยู่อาศัย

” นิติบุคคลได้พยายามแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ แต่บางกรณีจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการจากหน่วยงานภาครัฐและฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง ฝากขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งอำเภอคลองหลวง สภ.คลองหลวง เข้ามาตรวจสอบและดูแลในหมู่บ้านด้วย “

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน