“รมว.ประเสริฐ” สั่งทบทวนเข้มโครงการ Digital Skill-Credit Portfolio วงเงิน 1,500 ล้านบาท ย้ำทุกบาท ต้องตอบโจทย์การศึกษา ตอบคำถามสังคมได้ชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้
24 มิถุนายน 2569 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยหลัง การประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ว่า

มีข้อสั่งการ กรณีโครงการศึกษาเท่าเทียม ด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะ และเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (Digital Skill/Credit Portfolio) โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทบทวนรายละเอียดโครงการอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินงานเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อผู้เรียนและคุ้มค่ากับงบประมาณของประเทศ
นายประเสริฐ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด และจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 โดยมีการเสนอกรอบวงเงินงบประมาณเบื้องต้นจำนวน 1,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณขั้นสุดท้าย ยังไม่มีการอนุมัติโครงการ และยังไม่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างใดๆ เพื่อให้เกิดความรอบคอบสูงสุด ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หน่วยงานด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ หน่วยงานรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และหน่วยงานภาครัฐที่มีฐานข้อมูลหรือระบบงานในลักษณะใกล้เคียงกัน ร่วมกันตรวจสอบเชิงลึกถึงความจำเป็น ความคุ้มค่า และความเสี่ยงต่อการลงทุนซ้ำซ้อน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของภาครัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีการศึกษา จะต้องสามารถตอบคำถามสังคมได้อย่างชัดเจนว่า แก้ปัญหาอะไร ผู้เรียนและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างไร มีความแตกต่างจากระบบที่มีอยู่เดิมอย่างไร และมีทางเลือกอื่นที่ใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันหรือไม่
“ทุกโครงการ ที่ใช้งบประมาณของประชาชน ต้องตั้งอยู่บนหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความจำเป็น ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความสามารถในการตรวจสอบได้
หากผลการทบทวนพบว่า ยังมีประเด็นที่ไม่ชัดเจน มีความซ้ำซ้อน หรือยังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุนได้อย่างเพียงพอ
ศธ. พร้อมปรับปรุง ทบทวน หรือชะลอการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าโครงการนั้นจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและผู้เรียน” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ศธ.ยืนยันว่า พร้อมเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่กฎหมายกำหนด และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การใช้งบประมาณด้านการศึกษาของประเทศเป็นไปอย่างโปร่งใส รอบคอบ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด