สปส. แนะ ผู้ประกันตน “สถานะโสด” ทำหนังสือระบุ “ผู้รับเงินสงเคราะห์” กรณี เสียชีวิต ไว้ล่วงหน้า ป้องกันปัญหา ไม่มีผู้รับสิทธิ
24 มิถุนายน 2569 – น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยกรณีสิทธิประโยชน์ กรณีผู้ประกันตน ถึงแก่ความตาย โดยชี้แจงว่า
ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) กำหนดให้ผู้ประกันตน ที่ส่งเงินสมทบ กรณีตาย ตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป เมื่อถึงแก่ความตาย สำนักงานประกันสังคม จะจ่ายเงินสงเคราะห์ กรณีตายให้แก่บุคคลที่ผู้ประกันตน ได้ทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าว
ซึ่งหากผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิไว้ เงินสงเคราะห์จะถูกเฉลี่ยจ่ายให้แก่ สามีภรรยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตน ในจำนวนที่เท่ากัน
ดังนั้น ผู้ประกันตน ที่มีครอบครัว มีบุตร หรือ มีบิดามารดา ที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ประสงค์จะมอบสิทธิให้แก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่ต้องทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิก็ได้ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ทายาทตามกฎหมายในสัดส่วนที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว
“สำหรับกรณี ผู้ประกันตน ที่ไม่ได้สมรส หรือไม่มีบิดามารดา และทายาทตามกฎหมาย หากประสงค์จะมอบสิทธิเงินสงเคราะห์ กรณีตายให้แก่บุคคลอื่น สามารถจัดทำหนังสือระบุ ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้าได้ โดยหากไม่มีบุคคลใดมีสิทธิรับเงินดังกล่าว กองทุนประกันสังคม ก็จะไม่ได้จ่ายสิทธิประโยชน์แก่บุคคลใด” น.ส.กาญจนา กล่าว
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า จึงขอแนะนำให้ ผู้ประกันตน ที่สถานะโสด จัดทำเอกสารระบุชื่อ ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ กรณีตายให้ชัดเจน พร้อมกรอก เลขประจำตัวประชาชน ของผู้รับสิทธิ และพยานให้ครบถ้วน
เพื่อให้เอกสารมีความถูกต้องสมบูรณ์ และสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิได้อย่างชัดเจน โดยผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิสามารถเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้เองและนำมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิตแล้ว
สำหรับ สิทธิประโยชน์ กรณี ผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพ จะได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท ส่วนเงินสงเคราะห์กรณีตาย จะจ่ายให้แก่บุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในหนังสือ หากไม่มีหนังสือระบุ จะจ่ายให้แก่บิดามารดา สามี ภริยา หรือบุตร ในจำนวนที่เท่ากัน
กรณีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ทายาทหรือผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 12 เดือน รวมทั้งมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ สามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีเสียชีวิตได้ ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ที่สะดวก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) – https://www.sso.go.th/wpr/