สธ. ขนย้ายยาเสพติด 77 ตัน มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท เตรียมเผาทำลายพรุ่งนี้ กำจัดให้สิ้นซาก ไม่กลับมาทำลายสังคมอีก ตัดวงจรแพร่ระบาด
วันที่ 24 มิ.ย. 2569 ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (ONE STOP SERVICE CENTER) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนขนย้ายยาเสพติดของกลางเพื่อนำไปเผาทำลาย ครั้งที่ 61
โดยมี นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองทัพบก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กรมศุลกากร กรมประชาสัมพันธ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมพิธี
นายนรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมมือกันยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจสนับสนุนการปราบปรามยาเสพติด และรับผิดชอบ
สำหรับการตรวจรับและเก็บรักษายาเสพติดของกลางที่นำส่งจากสถานตรวจพิสูจน์ทั่วประเทศ จะมีการเผาทำลายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยครั้งนี้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “BURN FOR BETTER เผาวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า”
โดยมียาเสพติดของกลางที่ผ่านการตรวจรับและอนุมัติให้ขนย้ายไปเผาทำลายจาก 54,097 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อ 77,897 กิโลกรัม 905 กรัม เป็นน้ำหนักยาเสพติด 62,851 กิโลกรัม 651 กรัม 659 มิลลิกรัม มากที่สุดเป็น เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 40,080 กิโลกรัม, เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) 21,067 กิโลกรัม, คีตามีน 1,321 กิโลกรัม, เฮโรอีน 173 กิโลกรัม, เอ็มดีเอ็มเอ 63 กิโลกรัม, เอโทมิเดต (ผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า) 47 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท
นายนรินทร์ กล่าวต่อว่า ในการขนย้ายยาเสพติดของกลางไปเผาทำลาย ได้จัดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทางจากกระทรวงสาธารณสุข จนถึงบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จ.สมุทรปราการ ก่อนส่งมอบให้แก่คณะทำงานฯ ด้านรักษาความปลอดภัยและทำลายยาเสพติด ตรวจสอบและเผาทำลายในเตาเผาขยะอันตรายด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 25 มิ.ย. นี้
ด้าน นพ.เอกชัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญและเป็นอนาคตของชาติ โดยมุ่งมั่นที่จะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และปกป้องเด็กไทยให้ห่างไกลจากภัยของยาเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะสารเสพติดรูปแบบใหม่ๆ
นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า การเผาทำลายยาเสพติดของกลางเป็นการทำลายจนไม่เหลือซาก ไม่สามารถกลับมาหมุนเวียนทำลายสังคมได้อีก จึงเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดตั้งแต่ต้นทางอย่างยั่งยืน



