กรมอุทยานฯ เร่งสืบ ลอบขนนกชนหิน สัตว์ป่าสงวนไทย บัญชี1ไซเตส ออกไทยไปอินเดีย แฉเศรษฐีภารตะ นิยมเลี้ยง ชี้ราคาตลาดมืด ตัวละ 20,000-30,000 บาท ออกนอกประเทศ ราคาพุ่งหลักแสน

24 มิ.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการตรวจพบการลักลอบขน นกชนหิน สัตว์ป่าสงวน เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 69 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติโคชิน ประเทศอินเดีย ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในสัมภาระของผู้โดยสารชาวอินเดีย ที่เดินทางออกมาจากท่าอากาศยานดอนเมือง โดยนกชนหินได้ถูกส่งกลับมาไทยในวันนี้ (24มิ.ย.)

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า ได้รับรายงานจากนายสุขี บุญสร้าง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ว่าได้รับมอบนกชนหิน (Rhinoplex vigil) สัตว์ป่าสงวน จำพวกนก ลำดับที่ 4 ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จากกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและ พืชป่าตามอนุสัญญาฯ (CITES)

ซึ่งเป็นสัตว์ป่าของกลางที่ถูกส่งกลับจากสนามบินประเทศอินเดีย โดยขณะนี้อยู่ในการดูแลของกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ สัตวแพทย์ให้การตรวจสุขภาพและดูแลในเบื้องต้น หลังจากนี้จะเก็บตัวอย่างตรวจสอบพันธุกรรม ก่อนที่จะนำไปดูแลในสภาพกรงเลี้ยงที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เพื่อฟื้นฟู สุขภาพ ปรับพฤติกรรม และประเมินความพร้อมเพื่อนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

สำหรับการดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นจะมีการสืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดกฎหมายทั้งในเรื่องการลักลอบล่า ครอบครอง ส่งออก ซึ่งมีโทษสำหรับการล่าสัตว์ป่าสงวนจำคุกตั้งแต่ 3 – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 3 แสน – 1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับโทษการครอบครองสัตว์ป่าสงวน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับโทษการลักลอบส่งออกสัตว์ป่าสงวน จำคุกตั้งแต่ 3 – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 3 แสน – 1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ในการดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำความผิดในการลักลอบล่า หรือลักลอบครอบครอง หรือลักลอบส่งออกนกชนหิน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน จะบูรณาการการทำงานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมี(บก.ปทส.) เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

ด้านนายสดุดี พันธุ์ภักดี ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) กล่าวว่า พบเป็นนกตัวเมียตัวเต็มวัย ซึ่งสัตวแพทย์จะตรวจสุขภาพ เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจ DNA และฟื้นฟูมีสุขภาพแข็งแรงก่อนจะนำไปอนุบาลในกรงใหญ่ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า

เบื้องต้น นกมีอาการอ่อนเพลีย แต่ยังกินอาหารได้ ค่อนข้างเชื่องไม่ตื่นคนสันนิษฐานว่า อาจจะมีการเลี้ยงมาระยะหนึ่ง เพราะแค่นำองุ่นไปวางไว้นกก็กินหลายลูก

ขณะนี้ กรมอุทยานฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางการลักลอบขนนกชนหิน ซึ่งเป็นนกหายาก จนถูกขึ้นบัญชีสัตว์ป่าสงวนของไทย และบัญชี 1 ของไซเตส โดยเชื่อว่ามีขบวนการลักลอบที่อาจเกี่ยวข้องกับคนในขั้นตอนการขนส่ง

ซึ่งพบพิรุธว่า ชายชาวอินเดียเข้าไปซื้อน้ำหนักเพิ่ม และมีกระเป๋าที่โหลด และกล่องที่ใส่นกชนหินออกไปไม่มีการติดแท็ก จากนั้นเมื่อเดินทางไปสนามบินในอินเดีย จนท.ตรวจกล้องวงจรปิดพบว่า ในการรับสัมภาระที่สายพาน ได้มีกล่องขนาดใหญ่ที่เข้าไปรอในสายพานสนามบินแล้ว ซึ่งปกติกล่องใหญ่จะเข็นผ่านช่องกรีน

“เป็นครั้งแรก ที่พบการลักลอบขนนกชนหิน สัตว์ป่าสงวนหายากออกไปแบบมีชีวิต ไปไกลถถึงอินเดีย สาเหตุที่อินเดียมีความต้องการสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เป็นความนิยมของมหาเศรษฐีอินเดีย ที่มีการสร้างสวนสัตว์ขนาดใหญ่ น่าจะมีรวบรวมสัตว์หลากหลายชนิด

นกตัวนี้ก็คงมีออเดอร์มา ซึ่งก่อนหน้านี้ตรวจยึดสัตว์ป่าหายากจากไทยเยอะมาก แม้จะสนามบินจะมีเครื่องเอ็กซเรย์แต่ตรวจจับได้โลหะ ระเบิด ส่วนสัตว์ป่าพืชป่าต้องใช้ความแม่นยำทางสายตาจึงมีโอกาสหลุดรอดออกไปได้”

ขณะที่ นายปรีดา เทียนส่งรัศมี นักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก พื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เปิดเผยว่า ขบวนการล้วงโพรงนกชนหินเอาตัวแม่แถมตัวลูก สุดโหด เพราะนกชนิดนี้ดุ และช่วงอ่อนแอแม่จะอยู่ในโพรงนานถึง 5 เดือน

พบว่าในป่าภาคใต้ยังมีขบวนการล้วงลูกนกเงือกไปขายตลาดมืดราคาจากป่าตัวละ 20,000-30,000 บาท แต่ราคาจะพุ่งถึงหลักแสนถ้าไปสู่นอกประเทศ

โดยนกชนหิน เป็นหนึ่งในชนิดพันธุ์ของนกเงือกที่หายาก และมีประชากรเหลือน้อยมากในธรรมชาติ พบแค่ป่าแถบอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป บ้านไอร์กือเนาะ หรือป่าฮาลาบาลา สถานภาพน่าเป็นห่วง อยากให้กรมอุทยานฯ เร่งแกะรอยขบวนการค้านกชนหินให้ได้ เพื่อตัดวงจรนี่ ซึ่งเชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน