ผู้ปกครองเดือด ครูพละเรียกนักเรียน ม.3 ไปตบหน้า จนหัวทิ่ม บุกถึงโรงเรียน ผอ.น้อมรับผิด ลั่นจะดำเนินการกับครูที่ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด

วันที่ 26 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายโมทย์ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ว่า ลูกชายของตนถูกครูคณิตศาสตร์เรียกตัวไปทำร้ายร่างกายที่ห้องพละของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง เนื่องจากครูไม่พอใจที่สมุดงานวางอยู่ที่เดิม ในขณะที่เพื่อนในห้องส่งเสียงดังรบกวน โดยห้องดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่

ขณะที่ ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุครูคณิตศาสตร์ได้เรียกตนและเพื่อนอีก 1 คนไปที่ห้องพละ ก่อนจะใช้มือตบใบหน้าเพื่อน 2 ครั้ง จากนั้นครูก็หันมาตบศีรษะและใบหน้าของตนรวม 5 ครั้ง ทำให้ตนเสียหลักล้มลงกับพื้นได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุก็ได้โทรหาพ่อทันที ก่อนที่พ่อจะพาเข้าแจ้งความ

ด้านเด็กชายอีกคน ระบุว่า ครูคนดังกล่าวมักมีพฤติกรรมใช้วาจาไม่เหมาะสมกับนักเรียนเป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาผู้บริหารโรงเรียนยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม แม้ตนจะถูกกระทำเช่นนี้ แต่ยืนยันว่าจะยังคงไปเรียนหนังสือตามปกติ และไม่รู้สึกหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เบื้องต้น ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา ได้รับเรื่องไว้และเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชิญตัวครูคนดังกล่าวมาสอบปากคำ ก่อนดำเนินการต่อไป

ต่อมา นายดนัย วิริยะสหกิจ เลขานุการเทศบาลนครระยอง พร้อมด้วยผู้ปกครองของนักเรียน เดินทางเข้าพบ นายปิยบุตร ผอ.โรงเรียน เพื่อพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากผู้ปกครองต้องการคำชี้แจงและความชัดเจนจากทางโรงเรียนในการคุ้มครองความปลอดภัยของบุตรหลาน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือ ทาง ผอ.ได้แสดงท่าทีน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยได้ออกมายอมรับ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อตัวนักเรียนและครอบครัว นอกจากนี้ ผอ. ยังได้ลั่นวาจาแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า จะดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยและมาตรการของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเด็ดขาดกับครูผู้ก่อเหตุ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

และจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในโรงเรียนอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้ปกครองกลับมาเกิดความเชื่อมั่นอีกครั้ง ทั้งนี้ ทางฝ่ายผู้ปกครองรับฟังคำชี้แจงและยอมรับการขอโทษ

ด้านผู้ปกครอง เปิดเผยว่า แม้ในตอนแรกจะรู้สึกเสียใจและเจ็บช้ำใจอย่างมากกับการกระทำของครู แต่เมื่อเห็นว่าครูมีความสำนึกผิดอย่างแท้จริงและกล้าที่จะยืดอกรับผิดชอบ จึงตัดสินใจยอมรับคำขอโทษและมอบให้อภัยให้ในที่สุด โดยหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนราคาแพงให้ครูนำไปปรับปรุงตัว และไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายจนกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียนของบุตรหลานในระยะยาว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน