หนึ่งเดียวในโลก ครุฑเหินเวหา สถาปัตยกรรมแปลกหาดูได้ที่วัดอ่างทอง ส่วนใหญ่ไม่นั่งก็ยืน ไวยาวัจกรเผยที่มารูปปั้น แต่ความลับยังอยู่ที่ช่างกริช

วันที่ 29 มิ.ย.69 ที่วัดศรีมหาโพธิ์ ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจเรื่องราวที่ชวนสัมผัสความงามของศิลปะปูนปั้น อายุราว 60-70 ปี และไม่อาจหาชมที่ไหนได้นอกจากที่นี่ นั่นคือ หอฉัน ที่มี “ครุฑเหินเวหา” อยู่ที่หน้าบัน โดยต่างจากครุฑนั่ง หรือครุฑยืน ที่เราเห็นกันโดยทั่วไป จนเป็นที่แปลกตาของชาวบ้าน

จากการสอบถาม พระครูวิบูล โพธารังการ เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ และเจ้าคณะตำบลบางเสด็จ เล่าให้ฟังว่า ครุฑดังกล่าวมีมานานแล้ว ตามข้อมูลทราบว่า มีมาตั้งแต่สมัยอดีตเจ้าอาวาสองค์ก่อน ต่อมาภายหลังมีการบูรณะวัด แต่ตัวอาคารหอฉัน ที่มีครุฑเหินเวหายังไม่ได้บูรณะไปด้วย

ครุฑเหินเวหา

ด้าน นายละเอียด ใคร่ครวญ อายุ 87 ปี ไวยาวัจกร วัดศรีมหาโพธิ์ บอกว่า หอฉัน ที่มีครุฑเหินเวหา หรือ ครุฑถลาลม อายุไม่น่าจะต่ำกว่า 50 ปี ในสมัยเด็กๆ ตนเห็นมีการปั้นขณะที่พระสรรเสริญ เป็นเจ้าอาวาส โดยช่างชื่อ กริช แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงปั้นครุฑ ในลักษณะเหินเวหา

ครุฑเหินเวหา

ทางด้าน นายเอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า พื้นที่โซนวัดศรีมหาโพธิ์ เป็นชุมชนสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อกรุงรัตนโกสินทร์ มักจะมีศาสนสถาน และสิ่งปลูกสร้างในบางแห่งให้ได้เห็น เช่น เจดีย์เก่า หลังวัดศรีโพธิ์ ที่บริเวณฐานจะมีลายกระจังปูนปั้นสมัยอยุธยา ส่วนหอฉัน ที่หน้าบันมีครุฑเหินเวหา โดยทั่วไปเราไม่ค่อยได้เห็นครุฑในอิริยบถแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นครุฑนั่ง หรือ ครุฑยืน มากกว่า ซึ่งช่างหลวงในอดีตจะปั้นในลักษณะดังกล่าว

ครุฑเหินเวหา

ในส่วนของ ครุฑเหินเวหา เข้าใจว่าเป็นฝีมือช่างชาวบ้าน ที่ต้องการให้เกิดความแปลก ในรูปทรงครุฑเหินเวหา ตามภาพนั้น จะเห็นเท้าครุฑยกขึ้นทั้งสองข้างในท่าเหินเวหา ส่วนระหว่างเท้าครุฑเป็นหางนาค ครุฑที่หน้าบันเป็นการป้องกันอันตรายให้โบสถ์ แสดงบารมี และครุฑ คือเครื่องหมายของพระมหากษัตริย์ สำหรับหอฉันดังกล่าว ปรากฏชื่อ “ไตรมิตรอุปถัมภ์”

ครุฑเหินเวหา

ครุฑเหินเวหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน