ช่างรับเหมานั่งดื่มหน้าบ้าน ถูกแก๊งชายฉกรรจ์ 6 คน ถือมีด-ไม้เบสบอล บุกทำร้ายไม่ทันตั้งตัว เจ็บ 4 สาหัส 2 ตำรวจเร่งล่าตัว
วันที่ 5 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ร.ต.ท.ธนนนท์ สวนแก้วมณี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.อุทัย จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สายตรวจ อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ และหน่วยแพทย์กู้ชีพเข้าตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 4 ราย มีบาดแผลถูกอาวุธมีดฟันหลายแห่งตามร่างกาย จึงเร่งปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาล โดยผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส หนึ่งในนั้นคือ นายอดุลย์ ถูกฟันเข้าที่หลัง และพบบาดแผลอีก 1 แห่งที่มีลักษณะคล้ายถูกกระสุนปืน ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบจากแพทย์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายถูกฟันที่ข้อมือขวาจนเกือบขาด และปลายนิ้วขาด ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 2 รายได้รับบาดเจ็บจากของมีคม ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล
นายอุดมศักดิ์ นารี อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนซึ่งเป็นช่างรับเหมาทำระบบสปริงเกอร์ของโรงงาน รวม 8 คน กำลังนั่งดื่มสุราหลังเลิกงานอยู่หน้าบ้านพัก ขณะเดียวกันมีกลุ่มชายอีกกลุ่มซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้าน นั่งดื่มกันอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างออกไปราว 50 เมตร
จากนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5-6 คน ถือมีดสปาต้าและไม้เบสบอลเดินตรงเข้ามา ก่อนตบศีรษะเพื่อนของตน แล้วใช้อาวุธฟันทันทีโดยไม่พูดจา ก่อนจะไล่ทำร้ายคนในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 คน
นายอุดมศักดิ์ ยืนยันว่า กลุ่มของตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือรู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน เพียงทราบว่าเป็นคนที่พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน และยืนยันว่าระหว่างนั่งดื่มไม่ได้ส่งเสียงดังหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น จึงไม่ทราบสาเหตุที่ถูกบุกเข้ามาทำร้าย
ด้านภรรยาของผู้บาดเจ็บรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้าน ก่อนมีคนงานหญิงวิ่งขึ้นไปบอกว่าด้านล่างเกิดเหตุทะเลาะวิวาท เมื่อลงมาดูพบแฟนถูกตีด้วยไม้เบสบอลได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายอดุลย์นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ถูกฟันที่แผ่นหลัง ตนพยายามร้องขอให้ผู้ก่อเหตุหยุดทำร้าย แต่ผู้ก่อเหตุยังใช้อาวุธฟันซ้ำ ก่อนพากันหลบหนีไป
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ระหว่างเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงชุลมุน เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปที่รถกระบะ ก่อนหยิบอาวุธปืนมาเหน็บไว้ที่เอว แต่ไม่เห็นว่ามีการส่งต่อให้ผู้ใด เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังขึ้น 1 นัด อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเสียงปืนจริงหรือไม่ และเกิดจากผู้ใด ซึ่งเป็นประเด็นที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ
ชาวบ้าน ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมรวมตัวดื่มสุราเป็นประจำ และมักแสดงตัวเป็นผู้มีอิทธิพลภายในซอย ส่งเสียงดังและมีพฤติกรรมหาเรื่องผู้ที่ขับรถหรือเดินผ่าน จนทำให้ชาวบ้านหลายคนรู้สึกหวาดกลัว
จากการตรวจสอบพบว่า กล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านสามารถบันทึกภาพช่วงเกิดเหตุไว้ได้ โดยเป็นภาพขณะเกิดความชุลมุนบริเวณหน้าบ้านพัก แม้จุดติดตั้งกล้องจะอยู่ค่อนข้างไกลจนไม่สามารถเห็นใบหน้าผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน แต่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสืบสวนได้
นอกจากนี้ กล้องอีกมุมยังบันทึกภาพกลุ่มผู้ก่อเหตุนั่งดื่มสังสรรค์อยู่บริเวณเต็นท์หน้าบ้านก่อนเกิดเหตุไว้ได้เช่นกัน
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเสียงคล้ายอาวุธปืน และบาดแผลที่มีลักษณะคล้ายถูกกระสุนปืนของผู้บาดเจ็บ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีต่อไป