ตรัง ผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ ถอดใจ ยอมจับกุ้งไซซ์เล็กขาย ครั้งแรกในชีวิต หนีขาดทุนเพิ่ม พร้อมบิด-ปล่อยร้าง 22 บ่อ ชั่วคราว หลังรัฐแก้ปัญหาล่าช้า ปล่อยเกษตรกรเผชิญชะตากรรม ล้มทั้งระบบ
6 ก.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ คงวัฒนานนท์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ ในจังหวัดตรัง นำสำรวจสภาพบ่อเลี้ยงกุ้งของตัวเอง พื้นที่ ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ที่มีทั้งหมด 22 บ่อ ขนาดตั้งแต่ 3-7 ไร่

ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนมานี้ เมื่อได้จับกุ้งในบ่อใดแล้วเสร็จ ก็จะทยอยปิดบ่อนั้น เพื่อหยุดเลี้ยงชั่วคราวไปแล้วรวม 21 บ่อ ยอมปล่อยทิ้งร้างอุปกรณ์การเลี้ยงทั้งหมด ที่เริ่มมีสนิทเกาะจนเป็นสีแดง คงเหลือบ่อสุดท้ายที่จับล่าสุด วันนี้ เนื้อที่ 3 ไร่ โดยไซส์ กุ้งที่จับขาย ขนาดแค่ 150 ตัวต่อ กิโลกรัม
ซึ่งถือยังเป็นกุ้งขนาดเล็ก หรือมีระยะเวลาเลี้ยงกว่า 70 วันเท่านั้น โดยขายได้ในราคาขาย กก.ละ 87 บาท และได้กุ้งจำนวนทั้งหมดประมาณ 8-9 ตัน แต่หากคำนวณบ่อนี้แล้ว จะขาดทุนประมาณแสนกว่าบาท
แต่หากฝืนเลี้ยงต่อไปมากกว่านี้ หรือเลี้ยงให้ได้ขนาด 45-50 ตัวต่อ กก.นั้น จะต้องเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 2 เดือน จะยิ่งทำให้ขาดทุนมากกว่านี้ ขณะนี้กุ้งขนาด 45-50 ตัวต่อ กก. ราคาหน้าบ่ออยู่ที่กก.ละ 130-140 บาทเท่านั้น ซึ่งกว่าจะถึง 2 เดือน ราคาไม่รู้จะตกลงอีกเท่าไหร่ จึงตัดสินใจจับขายในตอนนี้ เพื่อลดภาวะขาดทุน
นายสุชาติ บอกว่า กุ้งทั้ง 22 บ่อที่จับต่อเนื่องกันมา ขาดทุนทุกบ่อ รวมแล้วกว่าล้านบาท ซึ่งตัวเองเลี้ยงกุ้งมากว่า 20 ปี ไม่เคยประสบปัญหาขาดทุนหนักขนาดนี้ และไม่เคยจับกุ้งไซส์ขนาดเล็ก 150 ตัวต่อ กก.ขายมาก่อน ที่ผ่านมาจับขายแต่ไซส์ใหญ่ ขนาด 30-50 ตัวต่อ กก.เท่านั้น
เพราะหากฝืนเลี้ยงต่อไปก็จะขาดทุนมากขึ้น และจะรอท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาล ในการแก้ปัญหาก่อน แต่เมื่อหยุดเลี้ยงกุ้ง ยังต้องเลี้ยงคนงานทั้งหมด 10 ครอบครัวต่อไป ค่าจ้างก็ยังต้องจ่ายเต็มคนละกว่า 10,000 บาท เพราะจะต้องรับผิดชอบพวกเขา เพราะแต่ละครอบครัวมีค่าใช้จ่าย
ตอนนี้ เกษตรกรเลี้ยงกุ้งทุกราย ไม่มีใครกล้าลงกุ้งใหม่ จับแล้วก็หยุดเลี้ยง ตอนนี้ รอลุ้นอยู่ว่า รัฐบาลจะมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นอย่างไร แต่หากช่วยเหลือเกษตรกรที่ กก.ละ 20 บาท ส่วนตัวคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
รัฐควรแก้ไขที่ต้นทุน ต้นทุนหลักของเกษตรกรคือ อาหาร เคมีภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้งต้นทุนด้านพลังงานคือ ไฟฟ้า น้ำมันดีเซล ตก 18-20 บาทต่อ กก.
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับกุ้งจากประเทศอื่นได้ ขณะที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน ในเการแก้ปัญหากุ้ง ยิ่งรอนาน เกษตรกรยิ่งล้มหมด เพราะทุกคนไม่มีทุนจะสู้ต่อ
