วิกฤต สระน้ำหน้าปราสาทขอมพันปีที่ศรีสะเกษแห้ง ซากปลาตาย น้ำเหม็นเน่าคลุ้ง เจ้าหน้าที่เร่งย้ายปลานับพันหนีน้ำเน่า วัชพืชขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก ทัศนียภาพโดยรอบเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
วันที่ 6 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภาพแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นความทรงจำของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว ต้องเปลี่ยนเป็นภาพชวนสลด เมื่อสระน้ำขนาดใหญ่ภายในวัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อย ต.ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทสระกำแพงน้อย โบราณสถานสำคัญอายุกว่า 800-1,000 ปี แห้งขอดจนเห็นพื้นดินและโคลนตม น้ำที่เหลืออยู่มีสีเขียวคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ ขณะที่พบซากปลาลอยตายอยู่ตามสระน้ำ ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่เดินทางมาทำบุญและเยี่ยมชมโบราณสถาน
วัดเทพปราสาทสระกำแพงน้อย เป็นที่ตั้งของปราสาทสระกำแพงน้อย โบราณสถานสำคัญในสมัยอาณาจักรขอม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อใช้เป็น “อโรคยศาล” หรือสถานพยาบาลประจำชุมชนในอดีต ภายในประกอบด้วยปรางค์ประธาน วิหาร กำแพงศิลาแลง และสระน้ำโบราณ ปัจจุบันเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสถานที่ประกอบศาสนกิจที่ประชาชนในจ.ศรีสะเกษ
รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญ และให้อาหารปลาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน กิจกรรมให้อาหารปลา ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของวัดแห่งนี้ เพราะภายในสระน้ำมีปลาและสัตว์น้ำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทุกครั้งที่ผู้มาเยือนโปรยอาหาร ฝูงปลาจะแหวกว่ายขึ้นมาแย่งอาหารเต็มผิวน้ำ สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับพบว่าระดับน้ำในสระลดลงอย่างมาก หลายจุดแห้งจนเห็นพื้นดินแตกระแหงและโคลนตม วัชพืชขึ้นปกคลุมหนาแน่นทั่วบริเวณ น้ำที่เหลืออยู่มีสภาพนิ่ง สีเขียวคล้ำ และส่งกลิ่นเหม็นเน่า ขณะที่พบเศษอาหารปลา และซากปลาทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ลอยตายกระจัดกระจาย บางส่วนติดอยู่ตามกอวัชพืช เป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น ประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาทำบุญและซื้ออาหารปลา ต่างต้องผิดหวัง เพราะไม่สามารถให้อาหารปลาได้เหมือนที่ผ่านมา หลายคนได้แต่ยืนมองสภาพสระน้ำด้วยความหดหู่
น.ส.นุชรินทร์ อายุ 40 ปี พาลูกสาววัย 3 ขวบ มาทำบุญที่วัด เปิดเผยว่า เคยมาทำบุญและให้อาหารปลาที่วัดแห่งนี้หลายครั้ง เพราะชื่นชอบบรรยากาศที่ร่มรื่น เงียบสงบ และมีปลาหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ในสระ ทุกครั้งที่หว่านอาหาร ฝูงปลาจะว่ายขึ้นมาเต็มผิวน้ำ เป็นภาพที่สร้างความสุขเป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้ตั้งใจพาลูกมาให้อาหารปลาเหมือนทุกครั้ง เพราะอยากให้ลูกได้เรียนรู้การทำบุญและสัมผัสธรรมชาติ
” แต่เมื่อมาถึงกลับต้องตกใจ เพราะน้ำแห้งจนแทบไม่เหลือ เห็นแต่ซากปลาตายอยู่หลายจุด ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว รู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก ไม่คิดว่าจะได้เห็นสภาพแบบนี้ในสถานที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์หากปล่อยให้สภาพเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของวัด รวมถึงความรู้สึกของผู้ที่เดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ ซากปลากระจายอยู่หลายจุดภายในสระ ขณะที่น้ำที่เหลืออยู่มีสีเขียวคล้ำและมีวัชพืชขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทัศนียภาพโดยรอบเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด”
ด้าน พระสัญญา พระลูกวัดประสาทสระกำแพงน้อย เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ระดับน้ำภายในสระแห้งนี้ไม่เคยลดลงมากเช่นปีนี้ ส่งผลให้ปลาและสัตว์น้ำที่ชาวบ้าน รวมถึงพุทธศาสนิกชน นำมาปล่อยเพื่อทำบุญได้รับผลกระทบ องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ร่วมกับชาวบ้าน ได้ช่วยกันจับปลาและขนย้ายไปปล่อยยังแหล่งน้ำแห่งอื่น เพื่อช่วยเหลือปลาให้รอดให้ได้มากที่สุด
” แต่ยังมีปลาบางส่วนที่ไม่สามารถขนย้ายได้ทัน จนตายในสระน้ำ ส่วนปลาที่ตาย ชาวบ้านบางส่วนได้นำกลับไปบริโภค เพื่อลดการเน่าเสียภายในพื้นที่ แต่ช่วงนี้ดีหน่อย เมื่อฝนเริ่มตกลงมาบ้างแล้ว ส่วนตัวเห็นว่าควรมีการขุดลอกสระน้ำ เนื่องจากปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินและน้ำแห้งขอดมาก อีกทั้งยังมีวัชพืชขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก หากในอนาคตมีน้ำเข้ามาปริมาณมาก วัชพืชเหล่านี้อาจโดนน้ำท่วมส่งผลให้เน่าเหม็นได้ “





