แม่ ‘น้องมุก’ ใจสลาย เห็นข่าวไฟไหม้ แต่ไม่ได้สนใจ ยังนึกว่าเรื่องไกลตัว สุดท้ายเป็นลมล้มพับ ลูกสาวเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต เผยเพิ่งเรียนจบ ได้งานไม่ถึงเดือน ฝันอยากเป็นตำรวจเหมือนพ่อ ร่ำไห้ยังไม่ทันได้ชื่นชมลูกเลย

จากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ทัตพิชา สีหาบุญมาก หรือมุก อายุ 23 ปี ชาวบ้านหนองบัวน้อย ต.หนองไผ่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนๆ ได้ประกาศตามหาผ่านโซเชียล

วันที่ 14 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักในพื้นที่หมู่ 8 บ้านหนองบัวน้อย ต.หนองไผ่ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นบ้านของน้องมุก พบว่าญาติพี่น้องกำลังจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา มีการกางเต็นท์ จัดโต๊ะ เก้าอี้ และเตรียมเครื่องครัวสำหรับประกอบอาหารเลี้ยงแขก บริเวณหน้าบ้านตั้งรูปถ่ายของน้องมุกไว้ ส่วนภายในบ้านจัดโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัยและอาสนะสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นางสุทัศ สีหาบุญมาก แม่ของน้องมุก กล่าวว่า ลูกสาวเพิ่งสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม และเพิ่งเดินทางไปทำงานกับลูกพี่ลูกน้องที่กรุงเทพฯ ได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ซึ่งน้องมุกเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว มีพี่ชาย 2 คน คนโตเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลบรบือ ส่วนคนรองเป็นครูที่โรงเรียนบรบือ โดยในวันเกิดเหตุ ช่วงกลางวันแม่ยังได้พูดคุยกับลูกทางโทรศัพท์ พร้อมกำชับให้กินข้าวเยอะๆ จะได้มีแรงทำงาน

นางสุทัศ กล่าวต่อว่า ความฝันของน้องมุกคือการสอบเข้ารับราชการตำรวจตามรอยพ่อ แต่สุดท้ายลูกสาวก็ไม่มีโอกาสไปถึงความฝัน อีกทั้งน้องมุกมักบอกแม่ว่า ถ้าเงินเดือนออก หนูจะส่งให้แม่เดือนละหมื่น ให้แม่มีเงินใช้จ่าย ซึ่งคำพูดสั้นๆ ของลูกสาว กลับกลายเป็นความทรงจำครั้งสุดท้ายที่แม่ไม่มีวันลืม

สำหรับวันเกิดเหตุ น้องมุกเดินทางไปกับเพื่อนรวม 3 คน โดยเพื่อนอีก 2 คนทำงานอยู่กรุงเทพฯ มาก่อน จึงชักชวนกันไปเที่ยว เนื่องจากน้องเพิ่งย้ายไปทำงานและยังไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ ซึ่งก็เคยเตือนลูกเสมอว่า มันไม่ใช่บ้านเรา อย่าเพิ่งไปเที่ยว ซึ่งจากคำบอกเล่าของเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ ทุกคนพยายามจับมือและดึงกันวิ่งหนีออกมา มีเพื่อน 2 คนสามารถรอดชีวิตได้ แต่น้องมุกล้มลงหลังถูกชน เมื่อหลุดมือจากเพื่อนก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ตอนเห็นข่าวไฟไหม้ ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว กระทั่งเพื่อนของลูกโทรศัพท์มาขออนุญาตโพสต์ตามหา จึงทราบว่าลูกสาวอยู่ในเหตุการณ์ และตลอดเวลาที่ดูข่าวแม่ก็ภาวนาขอให้ลูกแค่บาดเจ็บ อยู่โรงพยาบาลไหนก็ได้ แต่เมื่อทราบข่าวก็เป็นลมหลายครั้ง ไม่ได้นอน กินข้าวไม่ลง เพราะไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์ที่ดูเหมือนไกลตัว จะพรากลูกสาวอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ และที่สำคัญลูกเพิ่งเรียนจบ เรายังไม่ทันได้ชื่นชมอะไรเขามากมายนักเลย

ขณะนี้ร่างของน้องมุกยังอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยคุณพ่อและพี่ชายเดินทางไปดำเนินการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วย DNA ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง หากผลยืนยันตรงกัน จะสามารถรับร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านได้ในวันรุ่งขึ้น

นอกจากนี้ แม่ยังฝากถึงเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่งว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง การเปิดให้บริการแต่ละครั้งควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ต่างๆ และเส้นทางหนีไฟ เพราะสถานที่เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงวัยรุ่น แต่ยังมีคนวัยทำงานที่เข้าไปพักผ่อนคลายเครียด

ถ้าจะทำธุรกิจเพื่อหาเงิน ก็ต้องทำด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่ทำแบบชุ่ยๆ มีเหตุการณ์เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่าให้ใครต้องสูญเสียแบบนี้อีก เพราะคนเป็นพ่อเป็นแม่ หัวใจแทบแตกสลาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน