ลูกค้าเมาอาละวาด ปาถ้วยก๋วยจั๊บ-ปัดเครื่องปรุงเกลื่อนร้าน อ้างถูกไล่ เจ้าของแจ้งความดำเนินคดี ฝากเตือนเมาแล้วพกสติมาด้วย อย่าเป็นภาระให้สังคม

วันที่ 17 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านโจ๊ก ริมถนนบ้านกอก เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบลูกค้าชายรายหนึ่งแสดงอาการไม่พอใจ ก่อนอาละวาดปาถ้วยก๋วยจั๊บและปัดเครื่องปรุงกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ท่ามกลางความตกใจของเจ้าของร้าน พนักงาน และลูกค้าที่อยู่ภายในร้าน

ตรวจสอบวงจรปิดพบว่า หลังผู้ก่อเหตุเดินกลับไปที่รถแล้ว ได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเนื่องจากลืมกุญแจรถไว้บนโต๊ะ ก่อนใช้มือปัดเครื่องปรุงและภาชนะที่เหลืออยู่ตกลงพื้นอีกครั้ง ทำให้เศษแก้วกระเด็นไปโดนลูกค้าหญิงที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง จากนั้นจึงขับรถออกจากร้านไป

เจ้าของร้าน ได้โพสต์ข้อความเตือนภัย ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. มีชาย 3 คนเข้ามารับประทานอาหาร โดยหนึ่งในนั้นมีลักษณะคล้ายมึนเมา สั่งอาหารวนไปวนมาหลายรอบ ทางร้านจึงเชิญให้นั่งรอที่โต๊ะ พร้อมแจ้งว่าจะนำอาหารไปเสิร์ฟและสามารถสั่งเพิ่มเติมได้ แต่ลูกค้ากลับเข้าใจว่าถูกไล่ออกจากร้าน จึงไม่พอใจ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ก่อนก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิป พร้อมยืนยันว่าได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านโจ๊ก พบกับนายวิศวชิต อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน ซึ่งพาดูจุดเกิดเหตุบริเวณโต๊ะหน้าร้านที่ลูกค้าทั้ง 3 คนนั่งรับประทานอาหาร โดยยังพบคราบอาหารและเศษเครื่องปรุงตกค้างอยู่บนพื้นถนน

พร้อมเปิดเผยว่าได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดี เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าภายในร้าน

นางทิพย์สุดา อายุ 61 ปี พนักงานร้าน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกค้าทั้ง 3 คนเข้ามาสั่งอาหารตามปกติ โดยเพื่อนอีก 2 คนสั่งเสร็จก็ไปนั่งรอ ส่วนชายที่ก่อเหตุมีอาการคล้ายมึนเมา ยืนสั่งอาหารอยู่หน้าร้านเป็นเวลานาน สั่งเปลี่ยนเมนูไปมาหลายครั้ง ทั้งก๋วยจั๊บ ต้มเส้น และมาม่า ทางร้านจึงแจ้งด้วยถ้อยคำสุภาพว่า รับทราบรายการแล้ว ขอเชิญไปนั่งรอที่โต๊ะ เดี๋ยวจะนำอาหารไปเสิร์ฟ

อย่างไรก็ตาม ลูกค้ารายดังกล่าวกลับเข้าใจว่าถูกไล่ออกจากร้าน จึงแสดงความไม่พอใจ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะและบ่นซ้ำ ๆ ว่าถูกเจ้าของร้านไล่ ทั้งที่ทางร้านไม่ได้โต้ตอบแต่อย่างใด และเพียงยืนสังเกตการณ์เท่านั้น

พนักงานร้าน กล่าวต่อว่า เมื่อเพื่อนของผู้ก่อเหตุเรียกเก็บเงิน ได้ยื่นธนบัตร 1,000 บาทมากระแทกใส่มือพนักงาน พร้อมพูดว่า “เอาไป ทีหลังอย่าทำกับลูกค้าคนอื่นแบบนี้อีก” จากนั้นชายที่ก่อเหตุได้ยกถ้วยอาหารสาดลงพื้น ก่อนใช้มือปัดภาชนะและเครื่องปรุงทั้งหมดตกจากโต๊ะ กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น แล้วเดินกลับไปที่รถ

แต่เมื่อพบว่าลืมกุญแจรถไว้บนโต๊ะ จึงเดินกลับมาอีกครั้ง หยิบกุญแจแล้วปัดเครื่องปรุงและภาชนะที่เหลืออยู่ตกลงพื้นซ้ำอีกรอบ ก่อนขึ้นรถ เปิดกระจกมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขับรถออกจากร้าน ซึ่งทางร้านเชื่อว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมา

นางทิพย์สุดา กล่าวอีกว่า ขณะเกิดเหตุพนักงานทุกคนรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เพราะไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธหรือไม่ อีกทั้งการปัดเครื่องปรุงในครั้งสุดท้ายยังทำให้เศษแก้วกระเด็นไปโดนลูกค้าหญิงที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและไม่ได้ติดใจเอาความ

ส่วนการดำเนินคดี ขณะนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของร้าน โดยพนักงานยอมรับว่ายังคงรู้สึกหวาดผวา เกรงว่าผู้ก่อเหตุจะย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำ อีกทั้งเชื่อว่าคู่กรณีเคยมาใช้บริการร้านมาก่อน เพราะเป็นผู้พูดเองว่าเคยมารับประทานและชวนเพื่อนมาทานเนื่องจากอาหารอร่อย แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

พนักงานร้านยังฝากถึงผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า หากจะออกมารับประทานอาหารในพื้นที่สาธารณะ ขอให้มีสติและควบคุมอารมณ์ เพราะการกระทำเพียงชั่ววูบอาจสร้างอันตรายต่อผู้อื่น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ประกอบการและพนักงานที่ตั้งใจให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน