นายจ้าง แฉ แรงงานถูกตำรวจเชียงใหม่ไถเงินยับ รับเฉพาะเงินสด แม้มีใบอนุญาตทำงานถูกทุกอย่าง แต่จะหาสารพัดวิธีเอาผิดให้ได้ ต้องยอมจ่ายครั้งหลายพันถึงหลายหมื่น
19 ก.ค. 69 – ความคืบหน้า นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานศูนย์ภิบาลช้างภาคเหนือ ผู้ก่อตั้ง Elephant Nature Park ปางช้างชื่อดัง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับ นายทุน อายุ 36 ปี แรงงานสัญชาติเมียนมา คนงานเลี้ยงช้างของปาง
ภายหลังคืนวันที่ 14 ก.ค. นายทุน ขี่จักรยานยนต์อยู่บนเส้นทางถนนในหมู่บ้านใกล้กับปางช้าง แล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านลอยเรียกตรวจ ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ และพบตัว นายทุน ในสภาพที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสถูกทิ้งไว้ข้างทาง แม้จะอยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว แต่อาการยังอยู่ในขั้นโคม่า
ขณะเดียวกัน มีการระบุว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุ เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานตำรวจแห่งหนึ่งมักจะตั้งด่านลอยลักษณะนี้เป็นประจำ เพื่อเรียกตรวจกลุ่มแรงงานต่างด้าวเป็นเป้าหมายหลัก
ต่อมา กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ได้แถลงการณ์ว่า จากการตรวจสอบพบว่าในวันเวลาดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่จริง โดยมีตั้งคณะกรรมการสืบสวนเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวแล้ว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
ล่าสุด กลุ่มผู้ประกอบการซึ่งมีการจ้างงานแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นอกจากที่ อ.แม่แตง ที่เกิดเหตุแล้วนั้น ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่ อ.แม่ริม มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ออกตระเวนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อขอตรวจสอบกลุ่มแรงงานต่างด้าวอยู่เกือบทุกวัน
โดยมักจะจู่โจมเข้าไปทำการขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว ที่กำลังทำงานอยู่ในพื้นที่ ระหว่างการตรวจจะทำการยึดโทรศัพท์มือถือแรงงานเอาไว้ทั้งหมด รวมทั้งหากพบว่าบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด ก็จะทำการปิดหรือถอดหน่วยความจำกล้องออกก่อนจะพูดคุยกับแรงงานต่างด้าว
ทั้งนี้ แม้ว่าแรงงานต่างด้าวจะมีบัตรประจำตัวหรือหลักฐานต่าง ๆ ครบถ้วนถูกต้อง แต่ที่สุดแล้วทางกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ให้แรงงานต่างด้าวมีความผิดตามกฎหมายจนได้ เช่น แรงงานมีใบอนุญาตทำงานเกษตรกรรม แต่ในช่วงเวลานั้นกำลังยกผลผลิตทางเกษตรขึ้นท้ายกระบะแล้วขับรถไปอีกจุดหนึ่งในบริเวณเดียวกัน ก็จะถูกแจ้งว่ามีความผิดเรื่องทำงานไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต
ซึ่งแรงงานจะถูกเรียกเก็บเงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ด้วยความหวาดกลัวทำให้แรงงานต่างด้าวยอมจ่ายเงินให้ โดยไม่ได้รับใบเสร็จใด ๆ
ขณะที่แรงงานบางส่วนที่ไม่มีเงินหรือไม่ยอมจ่ายเงิน จะถูกควบคุมตัวนำไปไว้ที่อาคารหลังหนึ่งด้านหลังสถานที่ราชการแห่งหนึ่งในตัว อ.แม่ริม แล้วให้ทำการติดต่อกับนายจ้างให้มาเจรจากัน จนในสุดต้องยินยอมจ่ายเงินให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเพื่อจบปัญหา นายจ้างหลายรายที่ถูกกระทำเช่นนี้ ต้องยอมจ่ายเงินรายละหลายพันบาทไปจนรายละหลายหมื่นบาท
โดยการดำเนินการดังกล่าว กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่าเป็นไปตามนโยบายของผู้กำกับในการเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าว และเงินดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นค่าปรับ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อจ่ายเงินให้แล้ว ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินของทางราชการให้แต่อย่างใด และจะรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น
พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับแรงงานและนายจ้างในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน ทั้งที่ได้ดำเนินการขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง