กทม. เตรียมปลดล็อกศูนย์เด็กเล็ก เปิดรับทารก 3 เดือน ตอบโจทย์สังคมเมือง ยกระดับดูแลเด็กปฐมวัย เร่งเสริมสร้างพัฒนาการตั้งแต่ยังเล็ก
วันที่ 20 ก.ค. 2569 ที่สำนักงานเขตดินแดง นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. …. โดยมี ผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม ผู้บริหารเขตดินแดง และครูผู้ดูแลเด็กจากศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ร่วมประชุม
นายศานนท์ กล่าวว่า เวทีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ครูผู้ดูแลเด็ก ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ร่วมเสนอความคิดเห็นและร่วมออกแบบร่างระเบียบฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ไม่ใช่เป็นระเบียบที่ภาคราชการกำหนดขึ้นเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นระเบียบที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถยกระดับการดูแลเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน กทม.มีเด็กปฐมวัยอายุ 0-6 ปี จำนวน 239,413 คน โดยแนวโน้มการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีเด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงอายุ 0-3 ปี ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการดูแลที่มีคุณภาพ เนื่องจากพ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงาน และขาดสถานที่รองรับเด็กเล็กอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เด็กจำนวนหนึ่งขาดโอกาสในการพัฒนาที่เหมาะสมตั้งแต่วัยแรกเริ่ม
นายศานนท์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุยังน้อย เพราะหากรอจนเด็กอายุ 4-5 ปี อาจสายเกินไปสำหรับการเสริมสร้างพัฒนาการ ดังนั้น ร่างระเบียบฉบับใหม่จึงมุ่งลดช่องว่างดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสามารถรับเด็กได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ 2-6 ปี พร้อมกำหนดมาตรฐานการดูแลให้เหมาะสมกับช่วงวัย รวมถึงพิจารณาปรับอัตราส่วนผู้ดูแลเด็กให้สอดคล้องกับการดูแลเด็กเล็กมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางสนับสนุนการขยายเวลาการให้บริการของศูนย์ฯ ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรองรับวิถีชีวิตของผู้ปกครองที่ต้องทำงานนอกเวลาราชการ โดยจะพิจารณาระบบค่าตอบแทนสำหรับผู้ดูแลเด็กที่ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการอย่างเหมาะสม
นายศานนท์ กล่าวถึงการยกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนว่า ปัจจุบันกทม.มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 258 แห่ง แต่มีเพียง 39 แห่งเท่านั้นที่สามารถใช้งบประมาณของ กทม.ในการปรับปรุงอาคารได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านสิทธิการใช้ที่ดิน จึงอยู่ระหว่างเร่งประสานหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ทั้งวัด กรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ และภาคเอกชน เพื่อให้สามารถพัฒนาศูนย์เด็กได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันกทม.ยังเตรียมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กผ่านการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น การเพิ่มบริการตรวจและคัดกรองพัฒนาการเด็กเชิงรุก การส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพของครูผู้ดูแลเด็ก การสนับสนุนการเรียนต่อเพื่อเพิ่มคุณวุฒิ รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมการเล่นอิสระ การอ่าน และการจัดบริการยืมของเล่น เพื่อสร้างพัฒนาการที่เหมาะสมให้กับเด็กปฐมวัย
นายศานนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างระเบียบฉบับใหม่ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การขยายโอกาสการเข้าถึงบริการของเด็กปฐมวัย การยกระดับคุณภาพการดูแลเด็ก และการสนับสนุนผู้ปกครอง
โดยจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ ค่าสาธารณูปโภค ค่าบริหารจัดการ และค่าตอบแทนผู้ดูแลเด็ก เพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนมีศักยภาพในการดูแลเด็กได้อย่างมีคุณภาพและตอบโจทย์สังคมเมืองในปัจจุบัน
“กทม.พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะจากครูผู้ดูแลเด็ก เพื่อนำไปปรับปรุงร่างระเบียบให้เกิดประโยชน์สูงสุด และร่วมกันสร้างระบบการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตั้งแต่วัยแรกเริ่ม อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว
ด้านนายธีรวีร์ วีรวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักนักพัฒนาสังคม กล่าวว่า สำนักนักพัฒนาสังคม ได้จัดทำร่างระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. .. ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. 2569
จึงกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ต่อร่างระเบียบดังกล่าวจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน และสามารถใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ดูแลเด็กของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกลุ่มเขตละ 20 คน รวม 120 คน เข้าร่วมกิจกรรม