สุรินทร์ นายกอบต.เมืองที น้ำตาร่วง เร่งช่วยยาย77ปี เอกสารตกหล่น ไม่มีข้อมูลระบบสิทธิบัตรคนจน ร่างกายพิการ อาศัยอยู่คนเดียว ฐานะยากจน ลั่นต้องได้เงิน แม้ไม่มาก-มีค่าต่อคนทุกข์ยาก
21 ก.ค. 69 – จากกรณี นางวิมล สวนงาม อายุ 77 ปี ชาวบ้านตำบลเมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ เคยส่งข้อมูลเอกสารหลักฐานยืนขอทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ไปแล้วหลายครั้งที่ผ่านมา
แต่ไม่เคยได้รับสิทธิกับเขา ซ้ำร้ายยื่นไปใหม่ล่าสุด แม้แต่ชื่อในระบบตรวจสอบสิทธิยังไม่มีกับเขา ทั้งที่ร่างกายพิการ อาศัยอยู่คนเดียว และฐานะยากจนไม่มีจะกิน

ด้วยความอยากรู้ นางวิมล ขออาศัยติดรถชาวบ้านมาสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยด้วยตัวเอง ก่อนเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสอบ ครั้งกี่ก็ไม่พบข้อมูลในระบบเหมือนเดิม โดย จนท. แนะนำให้ไปยื่นลงทะเบียนใหม่อีกครั้งรอบหน้า ซึ่งไม่รู้จะเปิดการลงทะเบียนใหม่ตอนไหน
ล่าสุด นายศรชัย สุภิมารส นายก อบต.เมืองที ได้ลงพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน (นักพัฒนาชุมชน) อบต.เมืองที และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่บ้าน นางวิมล สวนงาม บ้านเซ็ม ต.เมืองที เพื่อติดตามสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และหาแนวทางช่วยเหลือ
ทันทีที่นางวิมลเห็น นายก อบต.เมืองที ถึงกับโผเข้าสวมกอดร้องไห้ดีใจ ที่ในที่สุดก็มีหน่วยงานเข้ามารับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลือ
เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า นางวิมล ได้กรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนข้อมูล เพื่อการตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 (กรณีไม่มีรายชื่อ ซึ่งเป็นผู้ประสบปัญหาด้านรายได้และการดำรงชีพ หรือแจ้งว่าเป็นผู้มีรายได้น้อย สมควรได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569) ยื่นไปแล้ว
ทางผู้ใหญ่บ้าน ได้ส่งเอกสารให้ทางอำเภอเมืองสุรินทร์ไปแล้วตามขั้นตอน แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลในระบบตรวจสอบสิทธิ
นายศรชัย กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่า คุณยายไม่มีชื่อในระบบ ทั้งที่ได้ยื่นเอกสารแล้ว จึงรีบลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยยืนยันว่า จะเร่งติดตามทุกขั้นตอนเพื่อหาสาเหตุว่าเอกสารตกหล่นที่จุดใด โดยไม่ได้ต้องการกล่าวโทษหน่วยงานใด แต่ต้องการให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
จากสภาพความเป็นอยู่ ตนก็ยากให้ยายได้สิทธิ คงลำบากจริงๆ เขาต้องการ… (มาประโยคนี้นายก อบต. ถึงกับกลั้นตาอยู่) ถึงเงินมันจะน้อยนิด แต่ว่ามันมีค่ามากสำหรับคนที่เขาไม่มีจริงๆ
ส่วนบ้านหลังนี้ ที่ยายอยู่เป็นบ้านที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรง เมื่อครั้งที่ยายยังแข็งแรงได้ไปรับจ้างที่ กทม. นำเงินมาสร้างเองนานแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็มีสภาพความเป็นอยู่อย่างที่เห็น อยู่ตัวคนเดียว ร่างกายไม่แข็งแรง อาศัยแค่เงินเบี้ยผู้พิการและผู้สูงอายุเดือนละ 1,500 บาทเท่านั้น ซึ่งทรัพย์สิน ยายก็มีแค่นี้
“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจเป็นเงินจำนวนไม่มากสำหรับหลายคน แต่สำหรับผู้สูงอายุที่ยากไร้และไม่มีรายได้อย่างคุณยาย เงินทุกบาทมีความหมายอย่างมาก เราจะพยายามทำทุกวิถีทางให้คุณยายได้รับสิทธิอย่างที่ควรจะได้รับ” นายศรชัยกล่าว
ขณะที่ ผู้ใหญ่บ้าน ได้นำหลักฐานการขึ้นทะเบียนมายืนยันว่า ได้ส่งเอกสารเข้าสู่ระบบตามระเบียบเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ทราบว่า เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด จนทำให้ไม่มีข้อมูลในระบบ พร้อมเตรียมพาคุณยายไปดำเนินการยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
คุณยายวิมล เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงไม่มีข้อมูลในระบบ ทั้งที่ได้ไปยื่นเอกสารตามที่ผู้ใหญ่บ้านแจ้งครบทุกขั้นตอน อีกทั้งสภาพร่างกายเดินลำบาก ไม่สามารถไปสอบถามด้วยตนเองได้บ่อยครั้ง
“ยายอยู่คนเดียว ลูกก็เสียชีวิตจากไปแล้ว ทุกวันเวลาปวดหลังก็หายาพารากินเพื่อบรรเทา เวลานอนก็ม้วนผ้าสอดรองหลังเอา ตาอีกข้างก็เริ่มพร่ามัวเพราะเป็นต่อ เคยผ่าตัดแล้วข้างหนึ่ง เมื่อครั้งลูกยังอยู่ แต่อีกข้างยังไม่ผ่า เพราะลูกไม่อยู่แล้ว ไม่มีคนไปส่ง ขอบคุณ จนท.ทุกคน ที่เข้ามาช่วย ยายไม่ขออะไร ขอแค่อยากมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับเขา จะได้ช่วยลดค่าไฟได้บ้าง มันมีความหมายมากจริงๆ” คุณยายกล่าวด้วยความหวัง
ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองที และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเร่งประสานงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามเส้นทางเอกสาร เพื่อให้คุณยายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างถูกต้องและเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด
