วินจยย.ยอมรื้อรั้วเหล็ก แม่ค้าได้พื้นที่ขายของต่อ นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี ลงพื้นที่ไกล่เกลี่ย ชี้กั้นพื้นที่สาธารณะไม่ถูกต้อง
จากคลิปเหตุปะทะคารมระหว่างเจ้าหน้าที่เทศกิจกับแม่ค้าขายน้ำผลไม้ปั่น บริเวณหน้าโรงพยาบาลสระบุรี โดยแม่ค้าอ้างว่าจำเป็นต้องตั้งร้านล้ำแนวที่เทศบาลกำหนด เพราะพื้นที่เดิมถูกวินรถจักรยานยนต์รับจ้างก่อสร้างและกั้นรั้วจนไม่สามารถขายได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นสิทธิ์ของวิน นอกจากนี้ แม่ค้ายังอ้างว่าเคยถูกขอเก็บค่าพื้นที่รายวัน และวินได้ลงทุนสร้างโครงสร้างเหล็กเป็นที่พักสมาชิกมูลค่ากว่า 40,000 บาท
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี พร้อมด้วย นายชินนาอาชว์ รสิอัครศักดิ์ นายอำเภอเมืองสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณวินรถจักรยานยนต์รับจ้างหน้าโรงพยาบาลสระบุรี พบว่ามีการก่อสร้างรั้วเหล็กจริง แต่ได้มีการพับรั้วเข้าเพื่อให้สามารถนำรถเข้าไปจอดภายในวินได้
จากนั้น นายกเทศมนตรีได้เรียกหัวหน้าวินรถจักรยานยนต์เข้าพูดคุยถึงสาเหตุของการก่อสร้างรั้วเหล็ก โดยหัวหน้าวิน ชี้แจงว่า รั้วดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้แม่ค้าเข้ามาตั้งขายของในพื้นที่วินช่วงเย็น พร้อมยืนยันว่า นายกเทศมนตรีไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้ก่อสร้างแต่อย่างใด
ภายหลังการหารือ นายกเทศมนตรีได้สั่งให้รื้อรั้วเหล็กออก พร้อมเชิญแม่ค้าขายน้ำปั่นเข้าร่วมพูดคุยกับวินรถจักรยานยนต์ เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมีนายกเทศมนตรีทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา
แม่ค้า ชี้แจงว่า สิ่งที่ต้องการมีเพียงการรื้อเชิงชายและฝ้าไม้อัดบางส่วน เพื่อให้สามารถเข็นรถขายน้ำปั่นเข้าไปจอดในพื้นที่ได้ โดยยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนเอง ขณะที่ทางวินรถจักรยานยนต์ยินยอมดำเนินการตามข้อเสนอ ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้
หลังจากนั้น นายกเทศมนตรีได้สั่งการให้ช่างเข้าดำเนินการรื้อรั้วเหล็ก รวมทั้งรื้อเชิงชายและฝ้าไม้อัดบางส่วนทันที เพื่อเปิดพื้นที่ให้รถเข็นของแม่ค้าสามารถเข้าไปจอดได้ โดยไม่กีดขวางการจราจร
ดร.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่ามีการก่อสร้างรั้วเหล็กรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ เพื่อกั้นไม่ให้แม่ค้าเข้ามาจอดรถขายของ ซึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงสั่งให้รื้อถอนทันที พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างแม่ค้ากับวินรถจักรยานยนต์ และไม่ควรปล่อยให้บานปลาย
นายกเทศมนตรีกล่าวว่า หากเกิดความเดือดร้อน ประชาชนย่อมมองมายังเทศบาลในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ และอาจเข้าใจผิดว่าตนมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างดังกล่าว มีเพียงความตั้งใจที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้เลี้ยงครอบครัว
พร้อมระบุว่า เดิมทีเจ้าหน้าที่มีแนวคิดจะไม่อนุญาตให้มีการตั้งร้านค้าบริเวณดังกล่าว แต่เทศบาลเห็นว่าหากห้ามค้าขายทันที จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ จึงผ่อนผันให้ค้าขายได้เป็นการชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่กีดขวางการจราจร และอยู่ระหว่างประสานหาพื้นที่แห่งใหม่ให้ผู้ค้า หากได้สถานที่ที่เหมาะสมก็จะย้ายผู้ค้าทั้งหมดออกจากพื้นที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับการค้าขาย
นายกเทศมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลได้ขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ผ่อนผันการใช้พื้นที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมหาสถานที่ใหม่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง แต่ปัจจุบันไม่มีรถโดยสารประจำทางให้บริการแล้ว
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องใบอนุญาต นายกเทศมนตรีชี้แจงว่า เอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นใบอนุญาตเดินรถสาธารณะ ซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมการขนส่งทางบก ไม่ใช่อำนาจของเทศบาล ขณะที่นายอำเภอเมืองสระบุรีก็ไม่มีอำนาจในการออกใบอนุญาตดังกล่าวเช่นกัน
ด้านนางสาวปู (นามสมมติ) แม่ค้าขายน้ำปั่น กล่าวว่า รู้สึกพอใจที่นายกเทศมนตรีลงพื้นที่มาให้ความเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่านายกเทศมนตรีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น และขอบคุณที่เข้ามาช่วยหาทางออกร่วมกัน
แม่ค้าระบุว่า สิ่งที่ต้องการมีเพียงการรื้อเชิงชายและฝ้าไม้อัดบริเวณจุดที่ตนตั้งร้าน เพื่อให้สามารถเข็นรถเข้าไปจอดขายของได้โดยไม่กีดขวางการจราจร ไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดนอกเหนือจากการมีพื้นที่ค้าขายเช่นเดิม และพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนด้วยตนเอง