สะเทือนใจ จนท.บุกช่วยเด็กหญิง 10 ขวบ ใช้ชีวิตกับพ่อเสพยา หวาดผวาทุกวัน ชาวบ้านสุดทนร้องขอความช่วยเหลือ ส่งพ่อบำบัด พาลูกเข้าโรงเรียนประจำ ก่อนโผกอดร่ำไห้ทั้งน้ำตา
วันที่ 2 ส.ค.2569 นายณฐนน สุวรรณ์ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2569 เวลา 09.00 น. ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาล บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลตองปิด อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ขอให้เร่งเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 10 ปี ซึ่งไม่ได้เข้าเรียน และอาศัยอยู่กับบิดาที่มีพฤติกรรมติดยาเสพติด
เมื่อไปถึง พบว่าบ้านพักมีสภาพทรุดโทรม ความเป็นอยู่ภายในไม่ถูกสุขลักษณะ สิ่งของวางกระจัดกระจาย และสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเลี้ยงดูเด็ก จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า บิดาของเด็ก อายุ 42 ปี มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดจริง ส่งผลให้การดูแลบุตรเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม และอาจกระทบต่อความปลอดภัย สุขภาพ และพัฒนาการของเด็กในระยะยาว
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผู้เป็นพ่อมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง ไม่ค่อยใส่ใจดูแลลูกสาวเท่าที่ควร อีกทั้งบางครั้งยังมีอาการก้าวร้าว ส่งเสียงเอะอะโวยวาย และมีรายงานว่า เคยถือมีดออกมาข่มขู่เพื่อนบ้าน ทำให้ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวต่างหวาดระแวงและหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

ขณะที่เด็กหญิงวัย 10 ปี ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านกับบิดาโดยแทบไม่ได้ออกไปพบปะผู้คน ไม่มีโอกาสเข้าเรียนหนังสือเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน หลายครั้งต้องอยู่กับความหวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าบิดาจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งหรืออาละวาดขึ้นเมื่อใด ภาพชีวิตของเด็กที่ควรจะได้วิ่งเล่น เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กลับต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในแต่ละวัน
หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงร่วมกันวางแนวทางช่วยเหลือทั้งบิดาและบุตร คือ การนำผู้เป็นพ่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และลดโอกาสกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

ขณะเดียวกันได้ประสานโรงเรียนเพื่อรับเด็กหญิงวัย 10 ปี เข้าเรียนในโรงเรียนประจำ เพื่อให้ได้รับการศึกษา การดูแลด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม พร้อมประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม
เพื่อวางแผนติดตามและฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเติบโตท่ามกลางความรุนแรงและการใช้สารเสพติดในครอบครัว อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของเด็กในระยะยาว จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศในช่วงที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการนำตัวบิดาเข้าสู่กระบวนการบำบัด เป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น เมื่อเด็กหญิงวัย 10 ปี เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อแน่น พร้อมร้องไห้ออกมาด้วยความอาลัย ขณะที่ผู้เป็นพ่อเองก็มีสีหน้าเศร้าและโอบกอดลูกกลับ ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ต่างรู้สึกสะเทือนใจกับภาพตรงหน้า
แม้ผู้เป็นพ่อจะมีปัญหายาเสพติด แต่สายใยความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกยังคงมีอยู่ ซึ่งแยกทั้งสองออกจากกันในครั้งนี้ ไม่ใช่การตัดขาดความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งพ่อและลูกได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ผู้เป็นพ่อจะได้รับการบำบัดฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ส่วนลูกสาวจะได้รับโอกาสทางการศึกษา ได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีผู้ดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งหากผู้เป็นพ่อสามารถเลิกยาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ก็ยังมีโอกาสกลับมาทำหน้าที่พ่อที่ดีของลูกในอนาคตต่อไป