‘อัครนันท์’ จับมือ ทูตสวิส มุ่งพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้ เริ่มนำร่องโครงการพหุภาษา 9 ปี ครอบคลุม อนุบาล1-ป.6 ศธ. ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทการศึกษาเท่าเทียม แก่เด็กทุกคน

4 สิงหาคม 2569 – ที่ ทำเนียบเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย คุณปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เข้าหารือร่วมกับ นายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เพื่อหารือและติดตามความร่วมมือ ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา ของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. และคณะ พร้อมทั้งกล่าวถึงโครงการนำร่องด้านการศึกษาที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนจำนวน 5 แห่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งมุ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบพหุภาษา โดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (Mother Tongue-Based Multilingual Education: MTB/MLE) ภายใต้หลักสูตรการศึกษาของประเทศไทย

โดยโครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 9 ปี ครอบคลุมการจัดการศึกษาตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และจะเพิ่มขยายการดำเนินงานในแต่ละปี

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาศักยภาพครูร่วมกับหน่วยงานของฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ด้วย

นายอัครนันท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่และความช่วยเหลือของฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ในการพัฒนารูปแบบเรียนรู้แบบพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB/MLE) ถือเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในโรงเรียนนำร่อง 5 แห่ง ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูถิ่นเป็นภาษาในชีวิตประจำวัน โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างสะพานเชื่อม ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความเข้าใจจากภาษาแม่ไปสู่การเรียนรู้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น และช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในระยะยาว

นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า ทางศธ. ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม แก่เด็กทุกคนตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม บริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีนักเรียนกว่าร้อยละ 80 ศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม

ศธ.จึงพร้อมประสานความร่วมมือผ่าน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อขยายโอกาส และให้การส่งเสริมการเรียนรู้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน