เปิดใจ พยานสำคัญ เกือบจบชีวิตตัวเองเพราะคดี “ป๋อง-ธง” ฆ่าฝังดิน 5 ศพ หลงผิดเลี้ยงงูเห่า เล่านาทีเห็นชำแหละจยย.เหยื่อ ยันความบริสุทธิ์ใจ เป็นคนแจ้งเบาะแสตร.

วันที่ 5 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในคดีที่ นายฑณา หรือ ป๋อง และ นายธงชัย หรือ ธง ก่อเหตุฆ่าฝังดิน 5 ศพ ก่อนถูกตำรวจติดตามจับกุมไว้ได้ ซึ่งหนึ่งในพยานสำคัญที่ตำรวจเรียกตัวมาสอบปากคำหลายครั้ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่จ้างนายธง และให้ที่อยู่อาศัยกับนายป๋อง หลังพ้นโทษออกจากคุก เมื่อต้นเดือนมิ.ย.2569

ที่ผ่านมา มีสื่อหลายสำนักพยายามที่จะเข้าไปสัมภาษณ์เพื่อขอข้อมูล แต่เจ้าตัวปฏิเสธให้สัมภาษณ์ เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี รวมถึงเกิดอาการเครียดและรู้สึกกดดันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ป๋อง-ธง

เปิดใจ พยานสำคัญ เกือบจบชีวิตตัวเองเพราะคดี “ป๋อง-ธง” ฆ่าฝังดิน 5 ศพ หลงผิดเลี้ยงงูเห่า เล่านาทีเห็นชำแหละจยย.เหยื่อ ยันความบริสุทธิ์ใจ เป็นคนแจ้งเบาะแสตร.

ล่าสุด นายเหน่ง หรือ ช่างเหน่ง อายุ 43 ปี เปิดใจกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดของ นายป๋อง และ นายธง ว่า ตนคือบุคคลในคลิปเสียงที่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องรถจักรยานยนต์ของสองพี่น้องชาวรัสเซียที่หายตัวไป เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา

และเห็นกับตาว่า นายธงกำลังชำแหละรถจักรยานยนต์คันหนึ่งอยู่ที่เพิงพักของนายธงใกล้กับจุดฝังรถจักรยานยนต์ในป่าช้าเก่าทุ่งหลวง ตนจึงไปถามนายป๋องว่า “ไอ้ธงไปเอารถจักรยานยนต์ใครมา” แต่นายป๋องบอกว่า เป็นรถของน้องที่ไปยึดมา เนื่องจากติดหนี้อยู่ 60,000 บาท

แต่หลังจากนั้น มีกลุ่มชาวรัสเซียนำแผ่นกระดาษตามคนหาย ซึ่งมีรูปของสองพี่น้องชาวรัสเซีย และรถจักรยานยนต์มาติดที่บริเวณหน้าห้องแถวของตน ด้วยความเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์มานานกว่า 20 ปี พอเห็นรถจักรยานยนต์ในรูป ก็จำได้ทันทีว่าเป็นรถจักรยานยนต์คันเดียวกันที่นายธงกำลังชำแหละแยกชิ้นส่วน

ตอนนั้นเริ่มเห็นท่าไม่ดี คิดว่า นายป๋องกับนายธงต้องทำอะไรบางอย่างกับพี่น้องชาวรัสเซีย แน่ ๆ จึงรีบปรึกษากับแฟน และโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ทันที พอตำรวจมา ตนก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เหมือนตามที่ปรากฏในคลิป

นอกจากนี้ ตนยังเคยพูดจาแซวนายป๋องกับนายธงว่า “มึงสองคนไปทำอะไรรัสเซียมาหรือเปล่า” ซึ่งทั้งคู่ก็ตอบปฏิเสธพัลวัน อีกทั้ง นายธงเป็นเหมือนลูกจ้างในบ้าน โดยตนจ้างนายธง ทำหน้าที่เผาถ่านเพื่อนำมาขายในร้านขายของชำของตน แถมยังให้รถซาเล้งไว้ใช้ 1 คัน

ซึ่งนายธงเพิ่งรู้จักกับนายป๋องได้ไม่นานหลังจากหลังจากที่นายป๋องพ้นโทษออกมาแล้วกลับมาอยู่บ้านไม่ถึง 2 เดือน โดยนายธงเป็นคนไม่มีพิษมีภัย เพราะนายธงกลัวนายป๋อง เนื่องจากพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา ซึ่งเป็นอาวุธปืนกระบอกเดียวกันที่นำไปใช้ก่อเหตุสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และครอบครัวพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 คน และนายป๋องชอบนำอาวุธปืนออกมาโชว์เบ่งเป็นประจำ

ภายในห้องพักของนายธงและนายป๋อง

ส่วนนายป๋องตนรู้จักกันเมื่อ 8 ปีก่อน โดยนายป๋องได้นำรถจักรยานยนต์มาจำนำ จากนั้นก็หายตัวไป คาดว่าน่าจะติดคุก พอพ้นโทษออกมานายป๋องก็มาหาตน เพื่อจะขอไถ่รถจักรยานยนต์ แต่ตอนนั้นไม่มีเงิน ซึ่งตนก็ไม่ได้ให้ไป

แต่นายป๋องกลับขออาศัยพักอยู่ด้วย 2-3 วันก่อน หลังจากนั้นก็จะไปหางานทำที่ จ.ระยอง แต่พอเอาเข้าจริง นายป๋องก็อยู่อาศัยยาวตลอดมาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ระหว่างนายป๋องมาอาศัยอยู่ด้วยมีพฤติกรรมเหมือนคนปกติทั่วไป คอยช่วยล้างจานกวาดบ้าน และคอยทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ จนตนต้องคอยให้เงินใช้วันละ 100-200 บาท

นอกจากนี้ นายป๋องกับนายธงยังขโมยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีแดงของตนไปด้วย ก็คือรถจักรยานยนต์ที่นำไปใช้ก่อเหตุกับสองพี่น้องชาวรัสเซีย แถมยังใช้ขี่หลบหนีมุ่งหน้าไปยัง จ.สระแก้ว ซึ่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถจักรยานยนต์ที่เอาไว้ใช้ซื้อของ เข้าร้านขายของชำของตน

ส่วนประเด็นเรื่องรถจักรยานยนต์ของเหยื่อครอบครัวพ่อแม่ลูก ยืนยันว่า นายป๋องนำเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ของครอบครัวนี้มาให้ตนแบบฟรี ๆ แต่ตนไม่เอา เพราะไม่รู้ที่มาที่ไป จึงปฏิเสธรับเครื่องยนต์จากนายป๋อง ซึ่งตนก็ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว

ทั้งนี้ ยอมรับว่า เหมือนตนเลี้ยงงูเห่า และชักศึกเข้าบ้าน บางครั้งก็แอบคิดว่า ตนและลูกเมีย รอดมาได้อย่างไร ขนาดวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของตน ก็ยังพานายป๋องไปทำบุญด้วยที่วัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา

ซึ่งหากย้อนไทม์ไลน์พบว่า นายป๋องและนายธงไปก่อเหตุสังหารพ่อแม่ลูกมาแล้ว ยิ่งทำให้ตนถึงกับช็อกมาก มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้ลูกของตนค่อนข้างที่จะมีความสนิทสนมกับนายป๋อง จึงถือว่าโชคดีมากที่นายป๋องไม่ทำอะไรลูกและภรรยาของตนด้วย

และที่สำคัญ ตนเครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนประสาทเสียไปเลย เพราะแนวทางการสอบสวนของตำรวจ ตนถูกกดดันอย่างหนัก เหมือนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แถมยังถูกชาวบ้านนินทาว่าร้าย ว่าให้ที่อยู่อาศัยกับนายป๋อง

โดยมีอยู่วันหนึ่ง ช่วงที่ถูกตำรวจเรียกไปสอบบ่อย ๆ ตนเกือบที่จะใช้อาวุธปืนจบชีวิตตัวเองเพราะเครียดในเรื่องนี้ ตอนนั้นเอาปืนจ่อขมับแล้ว แต่ปรากฏว่ามีโทรศัพท์โทรเข้ามา ประกอบกับมีตำรวจชุดสืบมายืนอยู่หน้าบ้าน ตนจึงตัดสินใจวางปืน แล้วออกไปพบตำรวจ มิเช่นนั้น ตนคงกลายเป็นศพไปแล้ว

ทั้งนี้ ตนอยากแก้ข่าวเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ไม่ทำงาน ยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ทำงานอย่างหนัก และสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้สำเร็จ ส่วนนายป๋อง ตนอยากให้ถูกลงโทษยิงเป้าสถานเดียว เพราะนายป๋องไม่ใช่คน นรกส่งกลับมาเกิด

นอกจากนี้ ช่างเหน่งยังพาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณห้องแถวใกล้กับร้านขายของชำ ซึ่งภายในห้องดังกล่าว ยังมีเสื้อผ้า ที่นอน รองเท้า และสิ่งของเครื่องใช้ของนายป๋องวางอยู่ ซึ่งช่างเหน่งบอกว่า ก่อนหน้าที่จะไปก่อเหตุสองพี่น้องสาวรัสเซีย เพิ่งเห็นนายป๋องพาผู้หญิงเข้ามาที่ห้องแถว แต่ตอนนั้นไม่เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นแฟนของนายป๋อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน