ศปอส.ภ.9 ช่วยหนุ่มวัย 18 ปี เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทันควัน หลังถูกหลอกโอน 2 ล้านบาท ช็อกเตรียมโอนอีก 5 ล้าน แต่ตำรวจชาร์จเข้าห้องทัน
6 ส.ค. 69 – ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 9 ได้รับแจ้งจากบิดาของผู้เสียหาย อายุ 18 ปี ว่า นายเอ (นามสมมติ) ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงิน 2,000,000 บาท และไม่สามารถติดต่อได้
จึงรายงานต่อ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 สั่งให้ พ.ต.อ.จักราวุธ บุญเรือง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังเข้าตรวจสอบ จนพบพิกัดของผู้เสียหายอยู่บริเวณถนนเทียนจ่ออุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
จากการตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายจอดอยู่บริเวณหน้าอาคารแห่งหนึ่ง จึงประสานตรวจสอบอพาร์ตเมนต์และห้องพักรายวันใกล้เคียง กระทั่งพบว่าผู้เสียหายพักอยู่ห้อง จึงเข้าตรวจสอบและพบผู้เสียหายอยู่ภายในห้องอพาร์ตเมนต์เพียงลำพัง ขณะเข้าตรวจสอบ ผู้เสียหายกำลังวิดีโอคอลกับคนร้าย เมื่อคนร้ายเห็นตำรวจผ่านหน้าจอโทรศัพท์ จึงได้รีบปิดการสนทนาและลบบัญชีแอปพลิเคชันไลน์ทันที
ผู้เสียหายให้การว่า ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีเปิดซิมการ์ดให้กลุ่มผู้กระทำผิด และมีคดีความเกิดขึ้น ก่อนหลอกให้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการโอนเงิน 2,000,000 บาท ผู้เสียหายจึงนำเรื่องไปแจ้งกับบิดามารดาว่าได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองหลงเชื่อและโอนเงินให้ ก่อนที่ผู้เสียหายจะทยอยโอนต่อให้คนร้ายครั้งละ 500,000 บาท 4 ครั้ง รวม 2,000,000 บาท
เมื่อคนร้ายได้เงินแล้ว คนร้ายยังสั่งให้ผู้เสียหายเปิดห้องพัก ตัดการติดต่อกับพ่อแม่ ญาติ และเพื่อน พร้อมทั้งพยายามหลอกให้หาเงินเพิ่ม 5,000,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.9 สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ก่อนผู้เสียหายจะตกเป็นเหยื่อสูญเงินเพิ่ม
รายงานว่าเจ้าหน้าที่พบตัวผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในห้องพักอพาร์ตเมนต์ ถนนเทียนจ่ออุทิศ ใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ และอยู่ระหว่างนำตัวเข้าพบพนักงาที่นสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาดำเนินคดีต่อไป