สมุทรสงคราม พลังแห่งความมีน้ำใจ กู้ภัยช่วยเคลื่อนย้ายหญิงเสียชีวิต น้ำหนัก250กิโล วัดดังแม่กลองแจ้งฌาปนกิจให้ฟรี จัดสถานที่ให้อย่างงดงาม คอหวยไม่พลาดส่องทะเบียนรถ ลุ้นรางวัลงวดนี้
6 สิงหาคม 2569 – เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม รวม 12 นาย ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเคลื่อนย้าย และลำเลียงศพ หญิงสาววัย 34 ปี ซึ่งมีน้ำหนักตัวสูงถึง 250 กิโลกรัม ออกจากโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
โดยจัดขบวนรถกู้ภัยรวม 7 คัน เพื่อนำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดลาดเป้ง ต.นางตะเคียน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ระยะทาง 10 กิโลเมตร

ในการนี้ พระครูพิศาลสมุทรกิจ เจ้าอาวาสวัดลาดเป้ง ได้มอบหมายให้ พระครูปลัดพรเทพ ปัญญาวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส จัดเตรียมสถานที่ให้อย่างงดงามและเรียบร้อย เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจศพหญิงสาวรายนี้ด้วยความอนุเคราะห์และเมตตาธรรม อย่างไรก็ตาม คอหวยก็ไม่พลาด ที่จะส่องเลขทะเบียนรถ 1782 ลุ้นรางวัลงวดนี้
พระครูปลัดพรเทพ กล่าวว่า ทางวัดได้รับการประสานงานร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 และหมู่ 11 ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ว่ามีผู้เสียชีวิตน้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ซึ่งหาสถานที่ในการประกอบพิธีฌาปนกิจค่อนข้างยาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านสถานที่และเตาเผา
ทางวัดลาดเป้ง จึงยินดีให้ใช้สถานที่และดำเนินการเผาศพให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ใหญ่บ้านทั้งสองหมู่บ้าน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และผู้มีจิตศรัทธาอีกหลายท่านที่มาช่วยกันนำร่างของน้องที่มีน้ำหนักถึง 215 กิโลกรัม เข้าสู่พิธีฌาปนกิจ ที่วัดลาดเป้งในครั้งนี้
ด้าน นายถาวร เสียงอ่อน พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำงานว่า เคสนี้ได้รับแจ้งเหตุตั้งแต่แรกว่า ผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อย เมื่อทีมกู้ภัยเดินทางไปถึงบ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น
พบผู้ป่วยนอนคว่ำหน้า และมีน้ำหนักตัวมากถึง 250 กิโลกรัม ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องประสานขอรถแอดวานซ์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เข้ามาสนับสนุน และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 6-7 นาย ค่อยๆ ช่วยกันลำเลียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงมาจากชั้นสองอย่างทุลักทุเลเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
จนกระทั่งต่อมาได้รับแจ้งว่า ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงแล้ว ทางญาติจึงได้ขอความอนุเคราะห์ให้ทางมูลนิธิช่วยเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ต้องเกณฑ์กำลังอาสาสมัครและทีมงานกู้ภัยรวม 12 นาย เนื่องจากร่างของผู้เสียชีวิตมีขนาดใหญ่และหนักมาก
แม้จะเป็นงานที่หนักและยากลำบาก แต่ทีมงานทุกคนก็ไม่เคยท้อ เพราะถือเป็นการช่วยเหลือสังคมและเพื่อนมนุษย์ หากใครเดือดร้อนมา ทางมูลนิธิก็ยินดีเข้าให้การช่วยเหลือเสมอ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยผ่านประสบการณ์ช่วยเหลือเคสลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้ว จึงสามารถประสานงานและผ่านพ้นภารกิจครั้งนี้ไปได้ด้วยดี
