พระนครศรีอยุธยา ในหลวง-พระราชินี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ครูหมวย” รับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ลูกศิษย์ สุดอาลัย ครูผู้เป็นที่รัก เผยเป็น ครูแนะแนว ชี้ทางชีวิตนักเรียน
8 สิงหาคม 2569 – ที่วัดตะโหนด ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ครูหมวย” หรือ นางสาวทิวาพร วานิช อายุ 42 ปี
พร้อมอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วางหน้าหีบศพ และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

พิธีดังกล่าวมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการครูจากจังหวัดนนทบุรีและพระนครศรีอยุธยา ครอบครัว ญาติ และประชาชน เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและรดน้ำศพเป็นจำนวนมาก
ส่วนบรรยากาศภายในวัด เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมี อดีตลูกศิษย์ และลูกศิษย์ปัจจุบัน ของ “ครูหมวย” เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมพิธี และแสดงความอาลัยต่อครูผู้เป็นที่รัก
นางสาวณิชชารีย์ สุริยชัยมณีกูล อายุ 26 ปี อดีตลูกศิษย์ของครูหมวย เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจ และเสียใจอย่างมาก เพราะไม่คาดคิดว่า จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นภายในโรงเรียน จนส่งผลให้ครูและนักเรียนได้รับผลกระทบ
นางสาวณิชชารีย์ กล่าวว่า ตนเป็นลูกศิษย์ของครูหมวย ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แม้ครูหมวยไม่ได้สอนวิชาหลักโดยตรง แต่มีโอกาสทำกิจกรรมและทำงานร่วมกัน เนื่องจาก ครูหมวย ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานแนะแนว คอยให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือนักเรียนมาโดยตลอด
ด้วยตนเป็นนักเรียนที่ทำกิจกรรม จึงมีโอกาสใกล้ชิดกับ ครูหมวย และประทับใจในความใจดี อัธยาศัยดี และเป็นคนเข้าถึงง่าย ทำให้นักเรียนกล้าที่จะเข้ามาปรึกษาปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องทุนการศึกษา ซึ่ง ครูหมวย จะช่วยประสานงาน และหาแนวทางช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มที่
“ครูหมวย เป็นครูที่นักเรียนเข้าถึงได้ง่าย ใครมีปัญหาเรื่องอะไรก็สามารถเข้ามาปรึกษาได้ และครูจะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เป็นความประทับใจที่ ลูกศิษย์มีต่อครูหมวย และเชื่อว่า ครูทุกคนในโรงเรียน ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะทุกคนอยากดูแล และช่วยเหลือลูกศิษย์ของตัวเอง” นางสาวณิชชารีย์ กล่าว
ด้าน นายสุทธดร ศรีรุ่งเรือง อายุ 18 ปี ลูกศิษย์ของครูหมวย กล่าวว่า ช่วงที่เรียนระดับมัธยมศึกษาเคยเข้าปรึกษาครูหมวยเกี่ยวกับการศึกษาต่อ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่า จะเลือกเรียนสายสามัญหรือสายวิชาชีพ เพราะตนเองชื่นชอบงานที่ได้ลงพื้นที่ และลงมือปฏิบัติมากกว่างานที่ต้องนั่งอยู่กับที่
ครูหมวยจึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาต่อสายวิชาชีพ พร้อมแนะนำสถานศึกษา แนวทางการเตรียมตัวสอบ และหนังสือสำหรับอ่านสอบ จนสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในสายวิชาชีพได้สำเร็จ
“รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ทราบข่าวจากเพื่อน วันนี้จึงเดินทางมารดน้ำศพ และบอกกับครูหมวยว่า ขอบคุณคุณครู ที่ช่วยแนะแนวทางให้ เหมือนเป็นคนที่ช่วยชี้ทางสว่างให้กับชีวิต” นายสุทธดร กล่าว
นายสุทธดร ยังกล่าวว่า หากนักเรียนมีปัญหา หรือมีเรื่องไม่สบายใจ ควรเข้าปรึกษาครู เพราะครูทุกคนพร้อมรับฟังและช่วยเหลือนักเรียน โดยเฉพาะครูหมวย ซึ่งทำหน้าที่ด้านแนะแนวและให้คำปรึกษาแก่นักเรียนมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดทีมแพทย์และนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว และญาติของ ครูหมวย อย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำและการช่วยเหลือด้านจิตใจ เพื่อบรรเทาความสูญเสียและผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงแนวทางการเยียวยาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานและแจ้งแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว โดยจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมดูแลทั้งด้านจิตใจและการดำเนินการช่วยเหลือในส่วนต่าง ๆ
สำหรับมาตรการป้องกันในระยะต่อไป จะเป็นการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหน่วยงานด้านอาชีวศึกษาและกระทรวงแรงงาน เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและสภาพจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
มาตรการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ มาตรการเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการทันที และ มาตรการความปลอดภัยของโรงเรียนแห่งชาติ ซึ่งจะรวบรวมแนวทางการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกัน โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
สำหรับมาตรการเร่งด่วน จะเน้นสร้างความมั่นใจให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากร โดยให้โรงเรียนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและป้องกันสิ่งของหรือสิ่งที่อาจผิดกฎหมายตามความเหมาะสม พร้อมกำหนดแนวทางควบคุมบุคคลภายนอกที่จะเข้าภายในโรงเรียน โดยอาจใช้ระบบลงทะเบียนเพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ส่วนโรงเรียนที่เกิดเหตุ จะมีการวางแผนรองรับการเปิดเรียน โดยประสานกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางจัดพื้นที่ปลอดภัย หรือ “เซฟโซน” สำหรับพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติในระยะยาว
ส่วนข้อสังเกตเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของโรงเรียน รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากเหตุการณ์อาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยต้องรอผลการตรวจสอบและสรุปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดมาตรการในระยะยาว
ทั้งนี้ จะมีการนำแนวทางดังกล่าวเข้าสู่การหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อให้ทุกกระทรวงและทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
ส่วนการดูแลครอบครัวและผู้ได้รับผลกระทบ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้พูดคุยและให้กำลังใจครอบครัวของครูหมวย พร้อมยืนยันว่า หากผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ มีความประสงค์จะย้ายสถานศึกษา จะประสานและดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงดูแลในประเด็นที่ยังมีความกังวล เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและเรียนได้อย่างมั่นใจมากที่สุด
เหตุการณ์ครั้งนี้นำไปสู่การเร่งทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเดินหน้าทั้งมาตรการเร่งด่วนและการจัดทำมาตรการความปลอดภัยโรงเรียนระดับชาติ เพื่อยกระดับระบบดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรให้มีมาตรฐานเดียวกัน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
