บอร์ด สปสช. รับทราบ 757 ข้อเสนอ ส่งต่อ 375 ประเด็น ต่อยอดพัฒนา “บัตรทอง” ย้ำ เป้าหมายคือ ประชาชน เข้าถึงบริการได้ง่าย มีคุณภาพ เป็นธรรม ช่วยให้หน่วยบริการดูแลปชช.ได้ต่อเนื่อง
10 สิงหาคม 2569 – ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารสังคม และรับฟังความคิดเห็น จากผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569
ซึ่งมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ได้มีมติรับทราบผลการรับฟังตามมาตรา 18 (13) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 พร้อมมอบ สปสช. เสนอผลต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยรับรองมติให้ดำเนินการได้ทันที
“การรับฟังไม่ได้จบเพียงการรวบรวมความคิดเห็น แต่เปิดโอกาสให้ ผู้ใช้สิทธิ และคนทำงานในระบบได้บอกว่า เรื่องใดควรปรับหรือเร่งพัฒนา ทุกข้อเสนอ จะได้รับการจัดระบบ และส่งต่อไปยังผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน” ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าว
ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารสังคมฯ กล่าวว่า การรับฟังดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 ผ่านเวทีระดับเขต การประชุมกลุ่มเฉพาะ การลงพื้นที่ และช่องทางออนไลน์ โดยผู้ให้บริการ เสนอความเห็นมากที่สุด 316 ประเด็น รองลงมาคือ ผู้รับบริการ 281 ประเด็น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 87 ประเด็น
เรื่องที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือ ระบบงบประมาณและการจ่ายชดเชย เช่น ปรับอัตราจ่ายให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง โอนงบให้รวดเร็วและต่อเนื่อง ลดขั้นตอนการเบิกจ่าย มีระบบติดตามงบแบบเรียลไทม์ และไม่เปลี่ยนหลักเกณฑ์ระหว่างปี เพื่อให้หน่วยบริการวางแผนดูแลประชาชนได้ต่อเนื่อง
“ด้านผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้มีภาวะพึ่งพิง มีข้อเสนอให้เพิ่มค่าตอบแทนผู้ดูแล เพิ่มงบรองรับสังคมสูงวัย และเพิ่มการเข้าถึงผ้าอ้อมกับอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ ส่วนการป้องกันโรคเรื้อรัง เสนอให้ขยายการคัดกรองเบาหวาน ความดัน โรคไต และมะเร็ง พร้อมส่งเสริมการปรับพฤติกรรมสุขภาพ” ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าว
ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าวอีกว่า สำหรับบริการปฐมภูมิและ 30 บาทรักษาทุกที่ มีข้อเสนอให้เชื่อมระบบส่งต่อ ลดขั้นตอนการใช้ใบส่งตัว ขยายบริการทางไกล และเพิ่มศักยภาพ รพ.สต. คลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านยา และหน่วยบริการนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เชื่อมฐานข้อมูลสุขภาพ เพิ่มช่องทางร้องเรียนออนไลน์ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุนสุขภาพท้องถิ่น
ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าวว่า หลังกลั่นกรองข้อเสนอ 757 ประเด็น แบ่งเป็น 2 ส่วน โดย 382 ประเด็น เข้าสู่กระบวนการจัดการ เป็นเรื่องที่ดำเนินการแล้ว 152 ประเด็น ข้อเสนอซ้ำที่นำมายุบรวม 164 ประเด็น และเรื่องนอกอำนาจสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ส่งต่อให้หน่วยงานอื่น 66 ประเด็น
ส่วนอีก 375 ประเด็น ส่งให้คณะอนุกรรมการและกลไกที่เกี่ยวข้องพิจารณา ตัวอย่างเช่น เรื่องอัตราจ่ายและหลักเกณฑ์เบิกจ่าย ส่งให้คณะอนุกรรมการด้านบริหารกองทุน 58 ประเด็น เรื่องกองทุนสุขภาพท้องถิ่น ส่งให้คณะอนุกรรมการด้านระบบหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น 44 ประเด็น
เรื่องบริการปฐมภูมิและการป้องกันโรค ส่งให้คณะอนุกรรมการด้านปฐมภูมิและ P&P 40 ประเด็น และเรื่องเพิ่มหรือปรับสิทธิประโยชน์ ส่งให้คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตบริการ 40 ประเด็น ขณะที่ สปสช. รับไปดำเนินการโดยตรง 97 ประเด็น
“เมื่อข้อเสนอถูกส่งถึง ผู้รับผิดชอบตรงเรื่อง การแก้ไขปัญหา จะเดินหน้าได้ชัดเจนขึ้น เป้าหมายคือ ให้ประชาชน เข้าถึงบริการได้ง่าย มีคุณภาพและเป็นธรรม และช่วยให้หน่วยบริการดูแลประชาชนได้ต่อเนื่อง” ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าว