‘ชัชชาติ’ ถก องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เดินหน้าลุย 7 ข้อเสนอแนะ “กรุงเทพฯไร้คอร์รัปชัน” ยกระดับ สู่เมืองต้นแบบปราบโกง-ทุจริต ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
11 ส.ค. 69 – ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับ นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และคณะผู้บริหารองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT (Anti-Corruption Organization of Thailand)
เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงาน เพราะเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ถ้าไม่ทำเรื่องนี้ ประเทศไปต่อยาก และเป็นจังหวะที่ดีคือประชาชนทุกคนมีความตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น ที่ผ่านมา ACT ได้ให้คำแนะนำที่ดีกับ กทม. มาตลอด เราพยายามพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง อาจไม่ได้สำเร็จทั้งหมด 100% แต่ช่วยให้มาถูกทาง
นายชัชชาติ กล่าวว่า ACT ได้ให้ข้อแนะนำมาอีก 7 ข้อ ซึ่งครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่เรื่องการไม่ฟ้องร้องประชาชน ที่ให้ข้อมูลเรื่องทุจริต การเปิดเผยข้อมูลในด้านต่างๆ อาทิ การจัดซื้อจัดจ้าง การเปิดเผยผ่านโครงการ CoST ซึ่งทั้ง 7 ข้อ กทม. จะรับไปดำเนินการ และจะมีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
อีกเรื่องคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบราชการ เพราะระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือการคอร์รัปชันเวลา คอร์รัปชันทรัพยากรทางหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องไปปรับปรุง และทำให้เราใช้ทรัพยากรของประชาชนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
สำหรับ 7 แนวทางกรุงเทพฯ ไร้คอร์รัปชัน โดยมีผู้ว่าฯ เป็นผู้นำในการปราบโกง เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานด้านการป้องกันและลดโอกาสการโกง พร้อมก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบด้านการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศ ประกอบด้วย
1. กทม. ไม่ฟ้องร้องประชาชนที่เปิดโปงคอร์รัปชัน 2. กำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลต้องทำโดยอัตโนมัติ เป็นหน่วยงานรัฐแรกของไทย 3. ใช้ ACT AI ประเมินความเสี่ยงฮั้วประมูลทุกการจัดซื้อของทุกเขตและสำนัก
4. เปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างผ่านโครงการ CoST ครบ 100% เป็นที่ 1 ของไทย 5. เอกชนทุกรายที่เข้าประมูลงาน ขอรับสัมปทานหรือร่วมลงทุน ขอสิทธิการเช่าจาก กทม. ต้องยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลตามเงื่อนไขที่ กทม. กำหนด
6. เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนให้สุดซอย อาทิ เรื่องใบอนุญาตสถานบันเทิง ขบวนการ EIA จอมปลอมที่โกงความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
7. ยกระดับ กทม. ให้มีประสิทธิภาพสูง โดยเพิ่มรายได้เจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มการใช้ไอทีในการบริการประชาชน พร้อมกับการควบคุมจำนวนบุคลากรให้อยู่ในระดับเหมาะสม