ศาลเยาวชนภูเก็ตสั่งควบคุมตัว ด.ญ.เมียนมาวัย 12 ปี ระหว่างสอบสวน 30 วัน หลังก่อเหตุทำร้าย ด.ญ.ไทยวัย 14 ปีในห้องน้ำโรงเรียนที่ภูเก็ต
จากรณี เด็กหญิงไทยวัย 14 ปี ร้องเรียนว่า ถูกเด็กหญิงชาวเมียนมาวัย 12 ปี พาพวกบุกโรงเรียน รุมทำร้ายในห้องน้ำ ทั้งตบทั้งต่อย แถมถูกจับกดหัวลงอ่าง และบังคับกราบเท้า ก่อนที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความ เหตุเกิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต
ล่าสุดวันที่ 11 ส.ค.69 พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ได้นำตัวเด็กหญิงชาวเมียนมา ไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ภายในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่แจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ศาลตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล ได้แจ้งข้อกล่าวหาเด็กต่อหน้าพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต นักจิตวิทยา และบุคคลที่เด็กร้องขอให้เข้าร่วมตามขั้นตอนของกฎหมาย
ต่อมาวันนี้ พนักงานสอบสวนได้นำตัวเด็กหญิงไปศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ศาลพิจารณาว่า เด็กมีอายุอยู่ในเกณฑ์เป็นเด็กซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าการแจ้งข้อกล่าวหาและการปฏิบัติต่อเด็กเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ในการไต่สวน พนักงานสอบสวนได้ชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น และพยานหลักฐานประกอบการพิจารณา โดยระบุว่าเด็กมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง ประกอบกับมีเหตุสมควรประการอื่น รวมถึงกรณีบิดาและมารดาถูกเลิกจ้างงาน
ภายหลังการพิจารณา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งให้ควบคุมตัวเด็กหญิงไว้ระหว่างการสอบสวน ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต เป็นเวลา 30 วัน
ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ สามารถยื่นคำร้องขอผัดฟ้องและขอให้ศาลมีคำสั่งควบคุมตัวต่อได้ ครั้งละไม่เกิน 15 วัน และไม่เกิน 2 ครั้ง ตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับการดำเนินการหลังจากคดีถึงที่สุด จะมีการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเด็ก การดำเนินคดีและการนำเสนอข่าวจึงต้องคำนึงถึงสิทธิและประโ