ขอนแก่น ตร.ไซเบอร์ ล่าแก๊งสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบผู้ต้องหา20ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหาย 3 ล้าน พบพฤติกรรมใหม่ ใช้บัญชีนิติบุคคล หลอกลงทุน เร่งตามรวบ จีนเทา-นายทุนใหญ่ ยังหลบหนีในไทย
17 ส.ค. 69 – ที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บก.สอท.3) จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พร้อมด้วย พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษและ พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3

ร่วมกันแถลงข่าว ผลการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 20 ราย ติดตามเงินที่ถูกหลอกคืนแก่ผู้เสียหายได้จำนวน 3,088.294 บาท
ประกอบด้วย การหลอกให้เทรดหุ้นลงทุน มูลค่าความเสียหาย 19 ล้านบาท มีผู้เสียหายเป็นชายอายุ 70 ปี ได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ สร้างความน่าเชื่อถือโดยการใช้โปรไฟล์ตราสัญลักษณ์ กลต.
ผู้เสียหายจึงหลงกลโอนเงินไปตามคำแนะนำ 22 ครั้ง ไปยังบัญชีธนาคารปลายทาง 15 บัญชี โดยมีการใช้บัญชีธนาคาร ในนามบุคคล นิติบุคคล บริษัท เพื่้อสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรม
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ชุดวิเคราะห์ข่าว จึงได้สืบสวนสอบสวน จนพบว่ าเครือข่ายดังกล่าวมีชาวต่างชาติ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินสดและการถอนเงิน
จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาล จับกุมบุคคลที่เป็นกรรมการบริษัท รวมทั้งเจ้าของบัญชี เหลือเพียง นายทุนใหญ่ ที่สืบทราบว่า เป็นชาวจีน ขณะนี้ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย
“ชุดสืบสวน ไล่ล่าจากเส้นทางการเงิน จนกระทั่งพบว่า หจก.ธัญสินี โมบาย เป็นบัญชีหลักที่เครือข่ายดังกล่าวใช้ในการโอนเงิน จึงขออำนาจศาลออกหมายจับ จับกุม นายอธิคม ซึ่งทำหน้าที่ถอนเงินสดเพื่อส่งมอบต่อให้กับ นายทุนชาวจีน และ น.ส.ธัญสินี หุ้นส่วนผู้จัดการบริษัทฯ มาดำเนินคดีและทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล จนสามารถจับกุมเครือข่ายได้ทั้งหมด
ขณะที่อีกราย กก.2 บก.สอท.3 จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ด้วยพฤติการณ์ลงโฆษณาในโซเชียลมีเดียชักชวนให้ลงทุน เงินหมุนหรือสินค้าราคาถูก จนกระทั่งมีผู้หลงเชื่อต้องการซื้อเครื่องออกกำลังกาย
และเมื่อมีผู้สนใจ จะสร้างแรงจูงใจ ด้วยการเพิ่มยอดเงินในการลงทุน จนกระทั่งผู้เสียหายโอนเงินเยอะขึ้น และต้องการถอนเงิน คนร้าย จะอ้างเรื่องภาษี หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ หรือ ระบบล่ม จนไม่สามารถติดต่อได้”
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า เมื่อผู้เสียหายเข้าแจ้งความ กับ บก.สอท.3 ชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งพบว่ามีการอำพรางเส้นทางการเงิน ผ่านระบบบัญชีม้าจำนวน 13 บัญชีและโอนถ่ายต่อเป็นทอดๆ เพื่อเลี่ยงต่อการตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่จึงขออำนาจศาลออกหมายจับลจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ศรีษะเกษ,สมุทปราการ,ปทุมธานี,อุบลราชธานี และ กรุงเทพฯ พร้อมกับประสานอายัดบัญชีและส่งมอบเงินคืนให้กับผู้เสียหายได้บางส่วน
อย่างไรก็ตามแม้การกวดขันจับกุมของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนทำให้มีสถิติของการก่อเหตุลดลงกว่า 50% แต่จากข้อมูลยังคงพบว่า คนไทยทั้งประเทศยังคงถูกหลอกจากกลุ่มขบวนการดังกล่าวอีกว่า 900 รายต่อวัน มูลค่าความเสียหายวันละประมาณ 40 ล้านบาท โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นพื้นที่ที่มีการก่อเหตุมากที่สุด
