โผล่อีก เหยื่อวัย 15 ถูกเจ้าของสถาบันกวดวิชาอุดรฯ ล็อกตัว ใส่กุญแจมือ ผ้าคลุมหน้า ตักน้ำราด ทำร่องรอยคล้ายว่าจะเข้ามาขโมยของ บังคับดื่มน้ำขุ่นสีขาว แม่ตัดสินใจพาลูกหนีไปเกาหลี หวั่นไม่ปลอดภัย
จากกรณี สถาบันกวดวิชาเตรียมทหารในพื้นที่ จ.อุดรธานี หลังผู้ปกครองเปิดเผยพฤติกรรม กระทำทารุณภายในสถาบันทั้งบังคับเสพกัญชา ขู่รีดเงิน และสั่งลงโทษให้ได้รับความอับอายในที่สาธารณะ ขณะที่เจ้าของสถาบันออกมาโต้บอกไม่เป็นความจริง ทางศึกษาธิการ จ.อุดรธานี ตรวจสอบไม่มีใบอนุญาตจึงปิดชั่วคราว
ล่าสุดวันที่ 22 ส.ค.69 น.ส.เอ พร้อม นายบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ลูกชาย ออกมาเปิดเผยเรื่องราวอ้างว่าเคยถูกเจ้าของโรงเรียนกวดวิชากระทำทารุณเช่นกัน ซึ่งได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้คดีไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากครอบครัวเดินทางไปต่างประเทศเพราะกลัวคำข่มขู่
นายบี เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงกลางคืน ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะนั้นตนโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทสมัยประถม ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่สถาบันกวดวิชา เพื่อชวนออกไปกินข้าว เมื่อไปถึง เพื่อนบอกให้มุดช่องประตูม้วนเข้าไป แต่ตนปฏิเสธ
จากนั้นมีชายร่างใหญ่ ซึ่งทราบว่าเป็นพ่อของเพื่อน เดินลงมาจากรถที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนเข้าล็อกแขนตนและพาเข้าไปภายในอาคาร หลังจากนั้นชายที่อ้างว่าเป็นครูและเจ้าของสถาบันถือกระบองเข้ามา หาว่าตนบุกรุก และสั่งให้ถอดเสื้อผ้า นอนลงกับพื้น พร้อมใช้สายเคเบิลไทร์รัดนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างไขว้หลัง แล้วถูกลากไปที่ห้องน้ำ ซึ่งตนดิ้นจนสายรัดเริ่มหลุด เจ้าของสถาบันและพ่อของเพื่อนสั่งให้นักเรียนภายในสถาบันนำกุญแจมือมาใช้แทน ก่อนจะนำผ้ามาคลุมใบหน้า ตักน้ำราดใส่หลายครั้ง และใช้สายฉีดชำระฉีดใส่หน้า ทำให้หายใจไม่ออกและสำลักน้ำ
โดยรถจยย.ของตนยังถูกเจาะยาง พร้อมถูกข่มขู่ว่าจะยัดยา รวมถึงจะยิงแล้วนำร่างไปทำเป็นปุ๋ยมะม่วง และยัดใส่กระเป๋าเดินทาง อีกทั้งยังถูกบังคับให้นำมือไปคลุกฝุ่นและป้ายตามห้อง เพื่อทำให้มีลักษณะคล้ายเป็นหลักฐานว่าตนเข้ามาขโมยของ ก่อนปล่อยตัว นอกจากนี้ยังถูกบังคับให้ดื่มน้ำสีขาวขุ่น รสชาติขมอย่างมาก พร้อมถูกข่มขู่ว่าไม่ให้ไปแจ้งความ หากแจ้งจะถูกแจ้งกลับในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด
ด้าน นางเอ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุทำงานอยู่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อรู้ข่าวจึงให้ไปแจ้งความ แต่หลังจากนั้นคดีก็ยังไม่คืบหน้า อีกทั้งโรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถาบันกวดวิชา ทำให้ต้องผ่านบริเวณดังกล่าวและมีโอกาสพบคู่กรณีอยู่เป็นประจำ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงตัดสินใจให้ลูกหยุดเรียนแล้วพาไปพักที่ประเทศเกาหลีใต้
ทั้งนี้ นางเอ ยืนยันว่าจะไม่เจรจาไกล่เกลี่ยหรือยอมความ และเตรียมร่วมกับผู้ปกครองของผู้เสียหายรายอื่นติดตามการดำเนินคดี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป