โอละพ่อ สาววัย 28 ปี เปิดปากแล้ว สร้างเรื่องถูก 2 คนร้ายดักปล้น จับมัดมือ-เท้า พยายามล่วงละเมิดทางเพศ ส่งแชทขู่แฟนหนุ่ม เปิดสาเหตุทำไปทำไม หลังถูกเค้นสอบ
จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปทำงานในพื้นที่ ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม ก่อนใช้อาวุธมีดข่มขู่และบังคับให้ขี่รถไปยังพื้นที่เปลี่ยว ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 12 กิโลเมตร
เมื่อไปถึงจุดดังกล่าว คนร้ายได้จับมัดมือมัดเท้าและปิดปาก พร้อมพยายามถอดเสื้อผ้าเพื่อก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ แต่พยายามขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือ จนคนร้ายได้ยินเสียงบุคคลใกล้เคียงและหยุดก่อเหตุ ก่อนค้นเอาเงินสดประมาณ 2,000 บาท และบังคับให้บอกรหัสโทรศัพท์

โอละพ่อ สาววัย 28 ปี เปิดปากแล้ว สร้างเรื่องถูก 2 คนร้ายดักปล้น จับมัดมือ-เท้า พยายามล่วงละเมิดทางเพศ ส่งแชทขู่แฟนหนุ่ม เปิดสาเหตุทำไปทำไม หลังถูกเค้นสอบ
จากนั้นใช้โทรศัพท์ของผู้เสียหายส่งข้อความและภาพขณะถูกมัดไปหาแฟนหนุ่ม พร้อมส่งพิกัดจุดเกิดเหตุ แฟนหนุ่มจึงรีบแจ้งตำรวจ ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือหญิงสาวออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 26 ส.ค.2569 พนักงานสอบสวน สภ.มารวิชัย ได้เชิญตัว น.ส.เอ พร้อมด้วยสามีมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด โดยใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง ขณะเดียวกันตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ รวมทั้งสอบถามพยานและตรวจสอบข้อมูลแวดล้อมต่าง ๆ
จากการสอบปากคำเพิ่มเติม น.ส.เอ ให้การยอมรับว่า เหตุการณ์ที่อ้างว่าถูกคนร้าย 2 คนดักทำร้าย จับมัด และพยายามล่วงละเมิดนั้น เป็นเรื่องที่ตนสร้างขึ้น โดยอ้างว่าต้องการเรียกร้องความสนใจ
เนื่องจากมีปัญหาครอบครัวและรู้สึกว่าไม่ได้รับความรัก จึงสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อทดสอบและต้องการรู้ว่าคนในครอบครัวจะเป็นห่วงและให้ความสำคัญกับตนหรือไม่
ขณะที่ สามีของหญิงสาวยืนยันว่า ไม่ได้รู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ระบุว่า หญิงสาวอยู่ในสภาพจิตใจที่ไม่ดี จึงอยู่ระหว่างการดูแลและพูดคุย ขณะที่ในส่วนของคดี พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดและการดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

