หลายคนต้องทานยานอนหลับไม่มีบ้านไหนไหวทุกคนพยายามเข้มแข็ง! เปเล่-แอน เผยสวดวันสุดท้าย คนมาส่ง เรย์ แน่นวัด เบรกดราม่าโก่งราคาของชำร่วย ย้ำแจกด้วยใจ ไม่ใช่สร้างมูลค่า
วันที่ 25 สิงหาคม ที่ วัดยาง พระอารามหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร สถานที่ประกอบพิธีสวดอภิธรรม บำเพ็ญกุศลเป็นคืนสุดท้ายของ เร แม๊คโดแนลด์ นักแสดง-ไอดอล ผู้สร้างแรงบันดาลใจสายการท่องเที่ยวให้กับหลายๆ คน ที่ต้องมาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายหลังชันสูตรพบเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ในวัย 49 ปี
โดย เปเล่ คริสโทเฟอร์ วอชิงตัน เพื่อนสนิท และ แอน ภัททิรา (ภรรยาของ ชาคริต แย้มนาม) ได้เปิดใจร่วมกันถึงความรู้สึกในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของ ‘หัวหน้าเผ่า’ ผู้เป็นที่รักของทุกคน
วันนี้สวดอภิธรรมวันสุดท้ายแล้ว?
เปเล่ : “จริงๆพวกเราเหนื่อยกัน พยายามประคับประคองพวกเรากันเองด้วย เราไม่คิดว่าจะมีการต้อนรับที่เยอะขนาดนี้ ก็กินให้อิ่ม นอนให้หลับ ผลัดกันมาช่วยกันจนถึงวันสุดท้าย ความรู้สึกส่วนตัวผมเก็บไว้ มันคงจะมีอีกความรู้สึกหนึ่งหลังจากนี้”
แอน : “ทุกเช้าของพวกเราตอนนี้ พอตื่นขึ้นมาก็จะคุยกันไหวไหม ทุกคนเวลาอยู่ที่งานทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่พอทุกคนกลับไปอยู่กับตัวเองก็คือไม่มีบ้านไหนไหวเลย ทุกคนพยายามเข้มแข็ง แต่พอกลับไปถึงบ้านภาพเก่าๆแม้กระทั้งโซเชียลที่เลื่อนไปทางไหนก็เจอ ทุกคนต้องพยายามฮีลใจตัวเองเพื่องานในอีกวันจะได้เรียบร้อย”
เปเล่ :“ต้องอาศัยการข่ม นึกถึงว่าพรุ่งนี้เราต้องทำอะไรให้เรียบร้อยบ้าง หลายๆคนเป็นคล้ายๆกันคืออย่าว่าง อย่าให้เงียบ ต้องทำอะไรเพื่อให้ตัวเองไม่ฟุ้งซ่าน”
แอน : “มีหลายคนต้องทานยานอนหลับเพื่อให้ตัวเองหลับกันให้ได้ ถ้าฝืนตัวเองไม่นอน กำลังในงานก็จะหายไปอีก ทุกกำลังมีความสำคัญหมดในตอนนี้”
คนมาร่วมงานเยอะมาก?
เปเล่ : “เรมีส่วนในช่วงชีวิตของใครหลายๆคน ไทม์ไลน์ของชีวิตเรเจอคนเยอะมาก และมันไม่ใช่เป็นเพียงคนรู้จัก แต่ได้กลายเป็นเพื่อนโดยใช้เวลาไม่นาน ผมเองก็อยู่ในช่วงเวลาเหล่านั้น ”
“วันเวลาที่พาเรามาถึงวันนี้ได้ก็คือคนพวกนี้แหละที่อุ้มชู ดูแล เป็นเพื่อนเป็นมิตรภาพ ทำให้การเดินทางของเรมีเพื่อนอยู่ร่วมทางเสมอ รวมถึงพวกเราด้วย ไม่ว่าจะเพื่อนสมัยเรียน เพื่อนในวงการ เพื่อนตามสถานที่ท่องเที่ยว”
แอน : “เขามีเพื่อนในทุกระดับ พี่เรทำให้ทุกคนสัมผัสถึงตัวพี่เรได้กันทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหน อยู่ไกลแค่ไหน พวกเราก็ดีใจที่มีคนรักเขาเยอะในทุกๆที่จริงๆ แม้แต่ในหมู่บ้านเล็กๆ เพราะเขาเป็นนักเดินทาง มิตรภาพของเขาจึงมีทุกเส้นทาง มันเลยดูเหมือนทุกคนรักเขาขนาดนี้”
เปเล่ : “มันคือมิตรภาพที่น่าประทับใจ บทสนทนามันอาจจะสั้น แต่มันคาอยู่ในใจของคนเหล่านั้น ทุกคนก็จะมีประโยคเหล่านั้นอยู่ในใจ รวมถึงคอนเทนต์ที่เรทำ มันเลยดูเหมือนเขาคุยกับเราทุกวัน เขาเลยเป็นเหมือนเพื่อนของทุกๆคนทั้งที่เจอและไม่ได้เจอกับคนที่ได้โตมากับเขา”
แฟนคลับก็มาร่วมไว้อาลัยเยอะ?
เปเล่ : “ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่าจะเยอะ แต่กลายเป็นพื้นที่ไม่เพียงพอ ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดเลยคือที่ลานคนเมือง อันนั้นคือผมภูมิใจในเพื่อนมาก ภูมิใจในเหล่าแฟนๆ ที่มีความน่ารัก มีความเป็นสุภาพชน ทำให้อะไรๆออกมาด้วยดีทั้งๆที่เป็นพื้นที่สาธารณะ มันเป็นความภูมิใจและการให้เกียรติของผู้วายชนม์ ผมรู้สึกได้นะ เขามาบนความรู้สึกระลึกถึงจริงๆ มันน่าประทับใจที่สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเร”
นิยามความเป็นเร?
แอน : “เขาเรียกพี่เรเป็นหัวหน้าเผ่า เกิดปรากฏการณ์คนรักเรขึ้นมา สำหรับแอนได้รู้จักพี่เรเพราะเป็นเพื่อนของพี่คริต ครอบครัวเราไปมาหาสู่กันแอนกับพี่เรเป็นคนที่ปล่อยมุกโบ๊ะบ๊ะกัน จะเป็นคนที่กวนกันตลอดเวลา คือไม่ต้องพูดเยอะแต่เราก็รู้กันว่ายังไง แม้กระทั้งลูกที่มาเป็นเพื่อนกัน กับตัวพี่แหม่มเอง ทุกๆคนในครอบครัวของพี่เรเรียกว่าไม่ต้องพูดกันเยอะ เราต่างคนต่างรู้ว่าเป็นยังไง”
เปเล่ : “เพื่อน…”
แอน : “พี่เรเขาเป็นคนที่รักเพื่อนมากๆ การที่เขาโตมาด้วยกัน เข้าใจที่พี่เปเล่พูดไม่ออก แม้กระทั้งตัวพี่คริตเองก็พูดไม่ออก เพราะพวกเขาใช้ชีวิตกันอยู่กับเพื่อนมากกว่าครอบครัวด้วยซ้ำ และด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก มันพูดอะไรไม่ออก มันก็เป็นการแสดงความรู้สึกได้ว่าเรารู้สึกกับพี่เรยังไง”
แอน : “มีเรื่องหนึ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องของที่ไปโก่งราคาขายกัน ที่ทุกคนอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกที่เป็นสินค้าคอลเล็กชั่นของเรา เช่น หมวกกันน็อก”
เปเล่ : “เชื่อว่าทุกคนก็คงจะเล็งของชำร่วย เราเตรียมไว้ให้ทุกคนนะ แต่ก็ไม่รู้จะพอหรือเปล่า ขอว่าไม่เอาไปเกินจำนวนที่ตัวเองต้องการแล้วกัน และอย่าไปสร้างมูลค่าเพิ่ม”
แอน : “อยากให้เป็นของที่ระลึกจริงๆ”
เปเล่ : “ก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นเชิงลบ คือทุกคนก็อยากจะอวดว่าเขามีไอเท็มที่เป็นรุ่นแรก รุ่นนั้น รุ่นนี้ คนที่ไม่มีถือครองก็อยากจะซื้อ มันเลยเป็นตัวเลขที่ทำให้เข้าใจไปได้ว่าเป็นอย่างนั้น แต่เชื่อเถอะไม่มีใครอยากปล่อย มันคือคุณค่าทางใจ”
คนชื่นชมแอน เป็นทั้งแม่งาน ช่วยปลอบสามี?
แอน : “ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชม ในภาพวันนั้นเป็นวันที่ครอบครัวของพี่เรยังลุกขึ้นยืนไม่ไหว มันถูกการแบ่งพาร์ต ส่วนหนึ่งต้องอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนหนึ่งต้องเตรียมตรงนี้ แล้วเรายังฟื้นตัวกันไม่ได้ เราก็ช่วยตระเตรียมความเรียบร้อยให้แต่ไม่ถึงกับเป็นแม่งาน พอเมื่อครอบครัวพี่เรลุกขึ้นยืนไหว เขาก็กลับมารันต่อในส่วนที่เราได้ช่วยเขาไป แล้วไม่ได้มีแค่แอน ทุกๆคนช่วยกันในทุกจุดเพราะเราแบ่งงานกันอย่างชัดเจน”
ทีมข่าวสดบันเทิง 26 ส.ค.69