ยศชนัน ประธาน พิธีลงนาม สทน. ผนึก 13 องค์กร จัดตั้ง “HOTNET” ปูพรมสร้างผู้เชี่ยวชาญ รับการเปลี่ยนผ่าน สู่พลังงานสะอาดแห่งอนาคต
26 สิงหาคม 2569 – ในยุคที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางพลังงาน “เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์” และ “เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก” (Small Modular Reactor: SMR)
ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทางออกสำคัญของโลก ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านองค์ความรู้และบุคลากร เพื่อรองรับการประเมิน วิจัย และกำกับดูแลเทคโนโลยีดังกล่าวตามมาตรฐานสากล

ด้วยเหตุนี้ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จึงได้เป็นแกนนำบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม รวม 13 หน่วยงาน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จัดตั้ง “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์” (Hub of Talents for Nuclear Energy Technology: HOTNET) โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
พิธีลงนาม จัดขึ้น ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. และ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. ร่วมเป็นสักขีพยาน ความจำเป็นเร่งด่วน ทำไมไทยต้องมี HOTNET?
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ทั้งด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความพร้อมในสาขาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดไม่ว่า ทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศในอนาคตจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด
“บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ” คือหัวใจสำคัญที่สุด การจัดตั้ง HOTNET จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาปิดช่องว่างนี้ ผ่านการสร้างเครือข่ายฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ พัฒนาหลักสูตร ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้ไทยก้าวทันเวทีโลก
บทบาทสำคัญของ สทน. ในฐานะฟันเฟืองหลัก ภายใต้เครือข่าย HOTNET สทน. ได้รับบทบาทสำคัญในการเป็น “หน่วยงานแกนกลาง” ที่นำองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และเครือข่ายความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่มีอยู่ มาบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย สทน. จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงลึก การแลกเปลี่ยนนักวิจัย รวมถึงการทำหน้าที่สื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของสังคมต่อเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์อย่างโปร่งใสและถูกต้องตามหลักวิชาการ
พลังเครือข่าย 13 องค์กรพันธมิตร การขับเคลื่อน HOTNET เกิดจากการรวมพลังของ 13 หน่วยงานชั้นนำระดับประเทศ ได้แก่: สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยสถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรการกำกับดูแลนิวเคลียร์และรังสีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.)
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สมาคมสโมสรพนักงานทีโอที มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์
การผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์นี้ ถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งของไทย ในการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย์ เพื่ออนาคตทางพลังงานที่ยั่งยืนและมั่นคงของประเทศ
