พมจ.บุรีรัมย์ เข้าช่วยแล้ว 3 พี่น้องเด็กน้อยเผชิญชีวิตตามลำพัง หลังพ่อติดคุก แม่เสียชีวิต เบื้องต้น รับน้องวัย 11 และ 9 ปี เข้าบ้านพักเด็ก ส่วนพี่ 13 มอบญาติดูแลชั่วคราว พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือระยะยาว

วันที่ 27 ส.ค.2569 จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจพร้อมวอนหน่วยงานรัฐรีบเข้าช่วยเหลือ เด็ก 3 พี่น้อง พี่ชายคนโต อายุ 13 ปี น้องสาวคนกลาง อายุ 11 ปี และน้องชายคนเล็กวัยแค่ 9 ขวบ ต้องใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพังที่บ้านพักในพื้นที่ ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ สภาพบ้านไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา เก่าทรุดโทรม เนื่องจากผู้เป็นพ่อถูกจับอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้เป็นแม่เสียชีวิตไปแล้ว โดยมีญาติและชาวบ้านใกล้เคียงคอยนำอาหารและสิ่งของจำเป็นมาให้เป็นครั้งคราว

ล่าสุดเรื่องนี้ นางปิยนาฏ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังรับทราบเรื่อง พมจ.บุรีรัมย์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่รวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ พร้อมนายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบล นายกอบต.สะแกซำ กำนัน ผู้นำชุมชน ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งพบว่าสภาพปัญหาเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว และขณะนี้พ่อของเด็กถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์อยู่จริง

” จากการพิจารณาแล้ว พมจ.และบ้านพักเด็กฯได้รับเด็ก 2 คน คือ ด.ญ.น้ำหวาน อายุ 11 ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ 9 ปี เข้าสู่ความดูแลของบ้านพักเด็กฯ เป็นการเบื้องต้น เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลในเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และการศึกษาอย่างเหมาะสม ส่วนน้องวา อายุ 13 ปี พี่ชายคนโตขณะนี้ยังไม่ได้รับเข้าสู่บ้านพักเด็กฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจหาสารเสพติด หลังได้รับข้อมูลว่าอาจมีการใช้สารเสพติด โดยในระหว่างดำเนินการได้มอบหมายให้ญาติ ซึ่งเป็นน้องของพ่อเด็กช่วยดูแลน้องวาไปก่อน หากผลตรวจพบสารเสพติด เด็กจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดและดูแลตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามและประเมินสถานการณ์ของน้องวาอย่างใกล้ชิด

นางปิยนาฏ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ พมจ.บุรีรัมย์จะติดตามและประเมินสภาพครอบครัว รวมถึงสำรวจว่ามีญาติคนใดสามารถรับเด็กไปอุปการะและดูแลได้หรือไม่ หากมีญาติที่มีความพร้อม ทางหน่วยงานสามารถสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายและการเลี้ยงดูได้ แต่หากพบว่าครอบครัวหรือญาติไม่สามารถดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม ก็จะพิจารณาแนวทางให้เด็กอยู่ในความดูแลของหน่วยงานเป็นการชั่วคราว หรือดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองเด็กที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าจะพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก

” ส่วนความกังวลของญาติและชาวบ้านว่า หากพ่อของเด็กพ้นโทษออกมาแล้ว อาจกลับมาตามลูกไปอยู่ด้วยและทำให้เด็กกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนเดิมนั้น ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล เพราะการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หากตรวจสอบพบว่าเด็กไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม หรือผู้ปกครองไม่สามารถให้การดูแลเด็กได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าคุ้มครองและแยกเด็กออกจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย

รวมถึงสามารถพิจารณาระงับอำนาจปกครองของบิดาได้ทั้งชั่วคราวหรือถาวร ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ขอยืนยันว่า หน่วยงานจะติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คนอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้เด็กได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม และมีโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ญาติและชาวบ้านสบายใจได้ว่า หน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กทั้ง 3 คน

อ่านข่าว 3 เด็กน้อยเผชิญชีวิตลำพัง พ่อติดคุก-แม่เสียชีวิต บ้านไร้ไฟ-น้ำ ยุงชุมไม่มีแม้แต่มุ้ง พี่13หารับจ้างดูแลน้อง 11-9 ขวบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน