ยายทวดทนไม่ไหว พาเหลนมาป้อมตำรวจขอความช่วยเหลือ หลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายบาดเจ็บทั้งตัว ครอบครัวหวั่นไม่ปลอดภัย

วันที่ 27 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ส.ค. หน่วยกู้ชีพสว่างมงคลศรัทธา อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากกรณีเด็กชายวัย 12 ปี ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 2 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ ด.ช.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 12 ปี มีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย โดยเด็กให้ข้อมูลว่าถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย และไม่กล้ากลับเข้าไปพักอาศัยที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสักเพื่อรับการรักษาและพักฟื้น

นางหล่า อายุ 76 ปี ยายทวดของเด็ก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเด็กเคยถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายหลายครั้ง กระทั่งล่าสุดเด็กเดินทางมาหาที่บ้านและมีร่องรอยฟกช้ำ จึงพาออกจากบ้านไปขอความช่วยเหลือที่ป้อมตำรวจน้ำก้อ พร้อมยอมรับว่าเคยทราบว่าเด็กมีปัญหาภายในครอบครัวอยู่เป็นระยะ แต่เนื่องจากตนอาศัยอยู่คนละบ้าน จึงไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทุกครั้ง

นางหล่า กล่าวว่า รู้สึกสงสารและเป็นห่วงเด็ก เนื่องจากครอบครัวมีข้อจำกัดในการดูแล โดยแม่ของเด็กพิการพูดไม่ได้ หูไม่ได้ยิน ขณะที่ครอบครัวกังวลเรื่องความปลอดภัย หากเด็กต้องกลับไปพักอาศัยที่บ้านเดิม จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กได้รับความปลอดภัยและการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

ด้านนายประจิตร สุขวัฒนะ อายุ 44 ปี นายกสมาคมสว่างมงคลศรัทธาธรรมสถาน อ.หล่มสัก เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากญาติของเด็ก จึงเดินทางไปตรวจสอบและพบเด็กชายวัย 12 ปี มีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย จึงประสานโรงพยาบาลหล่มสักเพื่อให้เด็กเข้ารับการรักษาและพักฟื้น เนื่องจากครอบครัวมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กหากต้องกลับไปอยู่บ้านหลังเดิม

ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือและดูแลเด็ก โดยเบื้องต้นเด็กแสดงความประสงค์จะพักอาศัยอยู่กับยายทวดจนกว่าจะเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งคาดว่าจะจบในช่วงต้นปีหน้า จากนั้นมีความตั้งใจจะบวชเรียนที่วัด

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายสุรเดช อายุ 43 ปี พ่อเลี้ยงของเด็ก โดยตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ ก่อนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และข้อหาประพฤติตนวุ่นวายเป็นอันตรายต่อสังคม จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน