นครราชสีมา วิกฤตหนัก ซูเปอร์เอลนีโญ แผลงฤทธิ์ อ่างลำตะคอง น่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำลดต่อเนื่อง เหลือใช้ได้ 28% ส่อเเล้งสาหัสยาวถึงปีหน้า ถนนมิตรภาพสายเก่าโผล่แนวยาว
28 สิงหาคม 2569 – โครงการชลประทาน จังหวัดนครราชสีมา รายงานสถานการณ์น้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ ส่งจ่ายน้ำหล่อเลี้ยงชาว จ.นครราชสีมา ถึง 5 อำเภอ ว่า มีน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์ “น้ำน้อย”

โดยล่าสุดวันนี้ เหลือน้ำเก็บกักอยู่ที่ 105.01 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 33.39 % ของความจุที่ระดับกักเก็บทั้งหมด 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นปริมาตรน้ำใช้การได้เพียง 82.29 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 28.21 % เท่านั้น
เนื่องจากมีน้ำฝน-น้ำท่าไหลเข้าอ่างฯ น้อย ซึ่ง 27 สิงหาคม ที่ผ่านมามีน้ำไหลเข้าอ่างฯ แค่ 0.583 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ สะสมตั้งแต่ต้นปีแค่ 57.47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 22.11 %
แต่อ่างฯ ต้องส่งจ่ายน้ำออกไปในอัตรา 0.51 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ผลิตประปาอุปโภค-บริโภค , รักษาระบบนิเวศลำน้ำ , เพื่อภาคการเกษตรในเขตชลประทาน และภาคอุตสาหกรรม
จึงทำให้สภาพน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำลำตะคองวันนี้ยังน่าเป็นห่วง เพราะมีการคาดการณ์ว่า ซุปเปอร์เอลนีโญ ที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก จะส่งผลให้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งยาวนานไปจนถึงปีหน้า ชลประทาน จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมที่สุด
ซึ่งระดับน้ำในอ่างลำตะคอง ที่ลดต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนมิตรภาพสายเก่า ทางฝั่งบ้านท่างอย ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่จมอยู่ใต้น้ำ โผล่ให้เห็นเป็นแนวยาว มีชาวบ้านในพื้นที่ต้อนวัวควายมาหาเล็มหญ้าริมอ่างฯ
นอกจากนี้ ชาวบ้านท่างอย และพ่อค้าแม่ค้าใน ต.จันทึก เริ่มตั้งเต้นท์เตรียมสถานที่จัดงาน “เทศกาลกินปลา ลำตะคอง ประจำปี 2569” ที่ บริเวณท้ายอ่างลำตะคอง (บ้านท่างอย) ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 กันยายนนี้
เพราะเป็นช่วงที่ชลประทานเปิดอ่างฯ ให้ชาวบ้านลงหาปลาได้ ทาง อบต.ท่างอย จึงจัดงาน “เทศกาลกินปลาลำตะคอง” ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้ามาจับจ่ายซื้อปลาสดๆ จากอ่างฯ ไปรับประทาน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชน
ในขณะที่มีชาวบ้านที่ทำประมงพื้นบ้าน อาศัยโอกาสช่วงที่ระดับน้ำลดต่ำ นำอุปกรณ์มาหาตักหอยขมไปขายสร้างรายได้เสริม เมื่อสอบถามชาวบ้าน บอกว่า หอยขมมักจะอยู่แถวๆ ริมฝั่งบริเวณที่ระดับน้ำลดต่ำ จึงนำอุปกรณ์เดินลงน้ำไปหาได้เลย ไม่ต้องล่องเรือออกไปไกลจากฝั่ง เมื่อหามาได้จะนำไปขายในราคากิโลกรัมละ 40 บาท ทำให้มีรายได้เสริมเข้ามาเลี้ยงครอบครัวได้บ้าง
