กรมทะเล เปิดผลชันสูตรซากวาฬบรูด้า เกยตื้นที่บางปู พบถูกเรือชนบริเวณส่วนหัวและขากรรไกรบนจนช็อกตาย กรมทะเล เร่งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเส้นทางเดินเรือ ลดความเสี่ยงสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก
วันที่ 1 ก.ย. 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รายงานผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้า ที่เกยตื้นอยู่ริมเขื่อนหิน ชุมชนคลองเสาธง ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ในวานนี้ (31ส.ค.) พบว่าเป็นวาฬบรูด้า เพศผู้ อยู่ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ ความยาวลำตัว 10.70 เมตร (ไม่รวมส่วนหางที่สูญหาย) สภาพซากเน่าเปื่อย ผิวหนังลอกหลุด กระดูกขากรรไกรบน (Maxilla และ Premaxilla) กระดูกขากรรไกรล่างด้านซ้าย (Mandible) กระดูกจมูก (Nasal bone) และส่วนหางสูญหาย
วาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดี ความหนาชั้นไขมันใต้ผิวหนัง 2.8–4.0 เซนติเมตร ไม่พบบาดแผลภายนอกเท่าที่สามารถสังเกตได้ ระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างพบการช้ำและคั่งเลือดบริเวณส่วนหัว พร้อมพบเศษกระดูกขากรรไกรบนฝังอยู่ในเนื้อเยื่อ ขากรรไกรล่างด้านขวาพบภาวะขากรรไกรล่างยื่นผิดปกติ (Mandibular prognathism)
ระบบหัวใจและหลอดเลือดไม่พบความผิดปกติ ระบบทางเดินหายใจอยู่ในสภาพเน่าสลาย ระบบทางเดินอาหารพบการวางตัวผิดปกติ โดยกระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนออกจากช่องท้องมาอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านซ้ายของลำตัว (Traumatic lumbar hernia) ไม่พบเนื้อตายในลำไส้
ทั้งนี้พบรอยช้ำและคั่งเลือดรอบผนังช่องท้อง บ่งชี้ถึงการได้รับแรงกระแทกจากวัตถุไม่มีคมอย่างรุนแรง ส่งผลให้กล้ามเนื้อและพังผืดบริเวณข้างลำตัวฉีกขาด ทั้งนี้ พบอาหารตกค้างในทางเดินอาหารส่วนท้าย ส่วนตับ ไต และตับอ่อนอยู่ในสภาพเน่าสลาย
ผลการชันสูตรสรุปว่า วาฬเสียชีวิตจากการได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณส่วนหัวและขากรรไกรบน ส่งผลให้กระดูกขากรรไกรบนหัก เกิดภาวะไส้เลื่อนบริเวณข้างลำตัว และเกิดภาวะช็อกจากการบาดเจ็บรุนแรงร่วมกับการสูญเสียเลือด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและข้อมูลการพบเห็นเบื้องต้น คาดว่า วาฬตัวดังกล่าวอาจเป็น “เจ้ามาลี” ลูกวาฬตัวที่ 6 ของแม่กันยา ซึ่งมีการบันทึกการพบเห็นครั้งแรกโดยนายจิรายุ เอกกุล เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2564
ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดเหตุในอนาคต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเร่งหาแนวทางเฝ้าระวังและติดตามการเดินเรือในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า รวมทั้งพิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจตราและประสานผู้ประกอบการเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการลดความเร็วเรือและป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
อธิบดีกรมทะเล ย้ำว่า ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการเรือที่สัญจรในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ลดความเร็วเรือเมื่อพบวาฬบรูด้า รักษาระยะห่างที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือขับเรือตัดผ่านเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬ เพื่อป้องกันการรบกวนและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชนวาฬ อันจะเป็นการร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตอนบนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน



