เปิดปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์ ลุยตรวจรถไฟสายใต้-ด่านทางบก ยึดบุหรี่เถื่อน-แบรนด์เนม-บุหรี่ไฟฟ้า มูลค่ารวมภาษีทะลุ 4.37 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2569 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

พร้อมด้วย นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1

ยึดบุหรี่เถื่อน

เปิดปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์ ลุยตรวจรถไฟสายใต้-ด่านทางบก ยึดบุหรี่เถื่อน-แบรนด์เนม-บุหรี่ไฟฟ้า มูลค่ารวมภาษีทะลุ 4.37 ล้านบาท

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14)

พนักงานฝ่ายปกครอง ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ สภ.ห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์

เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย

  1. บุหรี่ต่างประเทศลักลอบหนีภาษี จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง หรือประมาณ 370,600 มวน) ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 4,201,496 บาท
  2. กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 132,894 บาท
  3. บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวม 55 ชิ้น ราคาของรวมภาษีทั้งสิ้น 21,500 บาท
  4. น้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด ราคาของรวมภาษีอากรทั้งสิ้น 20,380 บาท

รวมมูลค่าราคาของและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาท

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน