สลดซ้ำ สาวถูก พ่อค้าทุเรียน แทงเสียชีวิต เคยบริจาคโลงศพ กู้ภัย เผยเศร้า ต้องมาใช้โลงที่ผู้ตายเคยทำบุญ ด้าน พี่สาว ลั่น แค่ แพ้ปลาร้า ไม่น่าต้องฆ่ากันขนาดนี้
จากกรณี นายอิศรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี อาชีพค้าขายทุเรียน ก่อเหตุแทง น.ส.บุญรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ภรรยา เสียชีวิตบริเวณแผงขายทุเรียนใกล้ตลาดแห่งหนึ่ง ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยอ้างแพ้ปลาร้าและพยายามบอกให้ภรรยาพาไปหาหมอ แต่กลับถูกพูดในลักษณะประชด ก่อนก่อเหตุดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 2 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังแผงขายทุเรียนจุดเกิดเหตุ ได้พบกับ นางพิมพ์ผกา (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางมาจาก จ.บุรีรัมย์ เพื่อจัดการเรื่องศพและติดตามคดีของน้องสาว

สลดซ้ำ สาวถูก พ่อค้าทุเรียน แทงเสียชีวิต เคยบริจาคโลงศพ กู้ภัย เผยเศร้า ต้องมาใช้โลงที่ผู้ตายเคยทำบุญ ด้าน พี่สาว ลั่น แค่ แพ้ปลาร้า ไม่น่าต้องฆ่ากันขนาดนี้
นางพิมพ์ผกา กล่าวว่า ตนไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าน้องเขยคนนี้มาก่อน ทราบเพียงว่าน้องสาวเพิ่งคบหากับผู้ก่อเหตุได้ประมาณ 3 เดือน ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเพิ่งมาทราบจากข่าวว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องปลาร้าและอาการแพ้ของผู้ก่อเหตุ
“แค่เรื่องไม่กินปลาร้า หรือแพ้ปลาร้า ก็ไม่น่าจะต้องฆ่ากันถึงขนาดนี้ น้องเราเป็นผู้หญิง จะเอากำลังที่ไหนไปสู้กับผู้ชาย แล้วยังใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต” นางพิมพ์ผาก กล่าว
พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า อยากให้ผู้ก่อเหตุมาขอขมาและกล่าวขอโทษญาติพี่น้องกับสิ่งที่ทำลงไป พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ด้าน นายอลงกรณ์ พยัคบูรพา เจ้าหน้าที่อาสาชมรมพยัคบูรพา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเคยติดต่อเข้ามาเพื่อร่วมบริจาคเงินสำหรับจัดซื้อโลงศพ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้ยากไร้
เมื่อทราบข่าวว่า น.ส.บุญรัตน์เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนและสมาชิกชมรมต่างรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก ทางชมรมจึงตัดสินใจนำโลงศพที่ผู้เสียชีวิตเคยร่วมบริจาคไว้ นำกลับมาใช้บรรจุร่างของผู้เสียชีวิตเอง พร้อมประสานช่วยเหลือนำร่างกลับไปยังบ้านเกิดที่จ.บุรีรัมย์
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ก่อตั้งชมรมจิตอาสามา ยังไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ที่ผู้มีจิตศรัทธาเคยร่วมบริจาคเงินซื้อโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น สุดท้ายกลับต้องมาใช้โลงที่ตนเองเคยร่วมทำบุญไว้ ทำให้ทุกคนในชมรมรู้สึกหดหู่และสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก
ด้าน ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ ใจกว้าง พนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เจ้าของคดี เปิดเผยความคืบหน้าว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” กับนายอิศรา
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่า สาเหตุที่ก่อเหตุเกิดจากความโมโหและน้อยใจ เนื่องจากตนมีอาการแพ้ปลาร้า เกิดผื่นคันและหายใจไม่สะดวก จึงขอให้ภรรยาพาไปโรงพยาบาล
แต่ภรรยายังต้องการลงทุเรียนและจัดการงานให้เสร็จก่อน ประกอบกับมีการพูดโต้เถียงกัน จนทำให้ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนใช้มีดก่อเหตุแทงภรรยาจนเสียชีวิต
หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมนำตัวนายอิศราไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชลบุรี และพนักงานสอบสวนจะยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง
ส่วนร่างของน.ส.บุญรัตน์ ทางญาติและชมรมจิตอาสาจะนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดใน จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ขณะที่ญาติยังยืนยันต้องการให้คดีดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมและให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด

