นนทบุรีอีกแล้ว! ชุดปฏิบัติการพิเศษต้องปิดล้อมบ้าน ช่วยคนเจ็บถูกญาติผู้พี่ยิงทะลุหลัง หลังถือปืนยืนขวางไม่ให้ใครเข้ามาช่วย ก่อนเผ่น แม่เผยสาเหตุจากก๊อกน้ำ ต้องใช้โซ่ล่ามประตูขังลูกชาย หลังเพิ่งถูกยิง
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 2 ก.ย.69 พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี รับแจ้งเหตุขอกำลังสนับสนุนพร้อมอาวุธครบมือ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ในบ้านพัก หมู่ 3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยผู้บาดเจ็บยังคงอยู่ในบ้าน เนื่องจากผู้ก่อเหตุซึ่งมีอาวุธปืนยืนขัดขวางไม่ให้ใครเข้าไปช่วยเหลือ
หลังได้รับการประสาน พ.ต.อ.ศุภชัย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมอาวุธครบมือลงพื้นที่ช่วยเหลือคนเจ็บโดยเร่งด่วน พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งร่วมสนับสนุนด้วย
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บอยู่ภายในรั้ว ทราบชื่อคือ นายกฤษดา อายุ 30 ปี ถูกยิงเข้าที่ไหล่ด้านขวากระสุนทะลุออกหลัง 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือปิดล้อมพื้นที่เข้าเคลียร์สถานการณ์รอบบ้านไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าปฐมพยาบาลคนเจ็บก่อนนำตัวส่ง รพ.ชลประทาน ปากเกร็ด
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายณัฐวุฒิ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นหลานชายของ นายสุไลยนี อายุ 57 ปี พ่อของ นายกฤษดา หลังก่อเหตุเมื่อเห็นตำรวจพร้อมอาวุธ จึงได้หลบหนีไป
จากการสอบถาม นางจริยา อายุ 50 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาโวยวายที่หน้าบ้านว่าลูกตนเข็นรถไปชนก๊อกน้ำเขาแตก จนทำให้น้ำหยุดไหล ลูกชายก็บอกไปว่าเดี๋ยวมาซ่อมให้ เพราะเพิ่งจะซื้อลูกชิ้นมาเพื่อเตรียมของขาย จังหวะที่ลูกชายกำลังจะขับรถออกไปขายของ ผู้ก่อเหตุก็ขับรถเข้ามาโวยวายต่อว่าลูกชายตนอีก ลูกชายจึงบอกว่าทำงานเสร็จแล้วจะออกไปซื้อกาวมาซ่อมให้ แต่เขาไม่ยอมไล่ตีลูกตน จนมีคนมาห้าม จากนั้นก็ขู่ว่า “มึงอยู่ไม่ได้ มึงต้องตาย” ก่อนจะออกไปพังรถขายลูกชิ้นของลูกชายจนเสียหาย
แม้ลูกชายตนจะขอโทษยกมือไหว้ แต่ยังถูกผู้ก่อเหตุด่าทอไม่เลิก ลูกชายจึงเดินกลับเข้ามาในบ้านเพื่อสงบจิตใจ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมเลิกรา เดินตามเข้ามาพังประตูรั้วบ้าน ทำให้ลูกชายหมดความอดทนเดินออกไปชกต่อยกัน โดยลูกชายได้ใช้มีดแทงไปสวนผู้ก่อเหตุไป จากนั้นลูกชายก็หลบเข้าบ้าน ตนจึงล่ามโซ่ประตูบ้านไว้ ไม่ให้ลูกชายออกไปอีกเพราะเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีปืน ประกอบกับในบ้านมีเด็กอยู่ 4-5 คน กลัวว่าคนก่อเหตุจะยิงเข้ามา จนกระทั่งถูกยิงเข้าจริงๆ
ด้าน นายอัทรินทร์ อายุ 26 ปี น้องชายผู้บาดเจ็บ เล่าว่า พี่โทรตามให้กลับบ้าน เมื่อตนกลับมาก็เห็นว่าทั้ง 2 คนกำลังทะเลาะกันอยู่ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินเข้าไปในบ้านไปหยิบเอาอาวุธปืน แล้วเดินเอาอาวุธปืนมาจ่อเข้าไปในประตูรั้ว ก่อนจะยิงเข้าไปถูกพี่ชายตนจนล้มลง จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้าน พร้อมกับพยายามบรรจุกระสุนปืนใหม่เพื่อจะยิงซ้ำ แต่พี่ชายวิ่งหลบไปหลังบ้านได้ทัน
โดยในระหว่างที่ตนจะพาพี่ชายออกไปส่งโรงพยาบาล ก็เห็นว่าผู้ก่อเหตุเดินถือปืนขวางอยู่ จึงโทรแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ ที่ผ่านมาครอบครัวตนและผู้ก่อเหตุเคยมีปัญหาสะสมกันมานาน จนแทบจะไม่คบหากันเป็นญาติกันแล้ว เบื้องต้นตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป