บุกตรวจร้านยางย่านบางพลี 11 แห่ง พบสวมสิทธิ์-ลบยี่ห้อกว่า 1,300 เส้น มูลค่า 7.1 ล้านบาท พร้อมสาวถึงต้นตอ เตือนอันตราย เอาไปใช้ไม่มีความปลอดภัย

วันที่ 2 ก.ย.69 พล.อ.นักรบ บุญบัวทอง ประธานกรรมการเพื่อขับเคลื่อนและติดตามการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” พร้อมด้วย นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษ “ท็อปกัน” นายอัสลัม ปาทาน เลขานุการอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กว่า 40 นาย เปิดปฏิบัติการดาวกระจาย 5 สาย เข้าตรวจสอบโกดังสินค้าของร้านจำหน่ายยางล้อรถยนต์รายใหญ่ในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวม 11 แห่ง ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากปฏิบัติการตรวจยึดยางไม่ได้มาตรฐานใน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบ พบยางล้อรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. รวม 1,341 เส้น เป็นยางไม่มีเครื่องหมาย มอก. และ QR Code จำนวน 18 เส้น และยางที่ต้องสงสัยปลอมเครื่องหมาย มอก. และสวมสิทธิ์เป็นสินค้าที่มาจากโรงงานซึ่งได้รับใบอนุญาตแล้ว จำนวน 1,315 เส้น โดยเมื่อตรวจสอบและสแกน QR Code พบว่า ข้อมูลที่แสดงบนฉลากไม่ตรงกับรายละเอียดในใบอนุญาต

นอกจากนี้ ยังพบยางลบตรายี่ห้ออีก 8 เส้น ซึ่งไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นยางเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว หรือเป็นยางที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ (QC) ของโรงงาน ก่อนถูกนำมาเจียรหรือลบชื่อและโลโก้เดิมออก แล้วปั๊มชื่อยี่ห้อใหม่ทับลงไป

พฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่าเป็นยางของแบรนด์นั้นจริง ก่อนนำไปใช้งานโดยไม่รู้ว่ายางมีที่มาอย่างไร ผ่านการควบคุมคุณภาพหรือไม่ และมีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะ “ยางรถยนต์” เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในการขับขี่ หากเกิดความผิดปกติขณะใช้ความเร็ว อาจนำไปสู่อุบัติเหตุ เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

“ขอฝากเตือนผู้บริโภค ก่อนซื้อยางมาใช้งาน ควรตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และสแกน QR Code ก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของผู้ทำหรือผู้นำเข้า และตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับฉลากสินค้าหรือไม่ เพราะยางที่ปลอมเครื่องหมาย มอก. หรือไม่ได้มาตรฐาน จะไม่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามที่มาตรฐานกำหนด ซึ่งผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังนำยางที่ไม่ปลอดภัยมาใช้กับรถของตนเอง” พล.อ.นักรบ กล่าว

ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า ยางล้อที่อายัดได้ในครั้งนี้ เป็นยางสำหรับรถเก๋งและรถกระบะ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2718-2560 ยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์และส่วนพ่วง และ มอก. 2721-2560 ยางล้อสูบลม ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน

โดยยางที่ได้มาตรฐานจะต้องผ่านการทดสอบทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยในการขับขี่ หากเป็นยางที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะไม่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพตามที่มาตรฐานกำหนด

ขณะเดียวกัน ยางลบตราก็เป็นสินค้าที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเป็นผู้ผลิต ใครเป็นผู้นำเข้า ผลิตเมื่อใด หรือมีประวัติการใช้งานอย่างไร ซึ่งมักจะนำมาจำหน่ายในราคาถูกเพื่อจูงใจผู้บริโภค อาจต้องแลกด้วยความเสี่ยง เพราะนอกจากคุณภาพและอายุการใช้งานอาจไม่เป็นไปตามที่ควรแล้ว ยังเป็นอันตรายอย่างยิ่งเมื่อนำไปใช้งานบนท้องถนน

ผู้ประกอบการรายนี้มีความผิดฐานจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณียางลบตรา ผู้ทำมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดย สมอ. จะขยายผลไปถึงต้นตอผู้ทำและผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว หากตรวจสอบพบว่ามีการทำหรือนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน เลขาธิการ สมอ. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน