กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯชัชชาติ เล็งทบทวนผังเมือง-กฎหมายควบคุมอาคาร รองรับ Data Center ลดผลกระทบชุมชน “ถึงเวลาที่ต้องปรับ เรื่องคำจำกัดความ และกฎหมายให้ทันสมัย”
4 ก.ย. 69 – ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยถึงการตรวจสอบและกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่กับการดูแลความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชน
จากกรณีร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมันบริเวณ Data Center พระราม 9 ซอย 6 เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 69 สำนักงานเขตห้วยขวาง ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณท่อระบายน้ำ พบกลิ่นคล้ายน้ำมันดีเซล และคราบน้ำมันบริเวณผิวน้ำ
จึงเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งและตะกอน เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นพบ สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) รวม 6 ppm ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินตามกระบวนการทางวิชาการและกฎหมาย
สำนักงานเขตห้วยขวาง จึงมีคำสั่งให้ ผู้ประกอบการ แก้ไขภายใน 7 วัน ทั้งการกำจัดคราบน้ำมัน ป้องกันการรั่วไหลลงระบบระบายน้ำ และป้องกันกลิ่นและไอระเหยจากการจัดเก็บน้ำมัน หากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง จะดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีร้องเรียน เรื่องเสียงรบกวน พบว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการทดสอบเครื่องปั่นไฟในช่วงกลางคืน กทม. จึงประสาน ผู้ประกอบการ ให้ปรับการทดสอบเป็นช่วงกลางวัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดย Data Center ที่ได้รับอนุญาตแล้ว 3 แห่ง ยังไม่ได้ถูกสั่งให้หยุดดำเนินการ และอยู่ระหว่างรอผลการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. มีการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง Data Center แบบเดี่ยว (Standalone) ประมาณ 6 แห่ง ได้รับอนุญาตแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีกกว่า 40 แห่ง ตั้งอยู่ภายในอาคารสำนักงานทั่วไป โดย Data Center แบบเดี่ยวที่ได้รับอนุญาตแล้ว ต้องดำเนินการขออนุญาตจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องปั่นไฟให้ถูกต้องตามกฎหมาย
“ถึงเวลาที่ต้องปรับเรื่องคำจำกัดความ และกฎหมายให้ทันสมัย” ผู้ว่าฯชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกฎหมายยังไม่ได้กำหนดนิยามและประเภทของ Data Center ไว้อย่างชัดเจน ทำให้บางแห่งสามารถยื่นขออนุญาตในรูปแบบคลังสินค้าได้ ขณะที่ Data Center แบบเดี่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ กทม. จะผลักดันการกำหนดนิยาม ประเภท และขนาดของ Data Center ให้ชัดเจน ทบทวนข้อกำหนดด้านผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร และพลังงาน รวมถึงพิจารณาจัดทำโซนนิ่งพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับ Data Center แบบเดี่ยว ตลอดจนหารือความเป็นไปได้ในการเพิ่ม Data Center แบบเดี่ยวในรายการโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า กทม. จะนำข้อมูลจากการตรวจสอบและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญมาประกอบการกำหนดแนวทาง เพื่อให้การกำกับดูแล Data Center มีมาตรฐานที่ชัดเจน รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ