ฝนตกไฟดับกลางดึก ยาย70ช็อกขาแข็งกาวไม่ออก เผชิญหน้า หมีหมาตัวเท่าคน บุกขย้ำไก่อย่างหิวโหย ผงะรอยเท้ากรงเล็บ 140 มม. จนท.เร่งวางกรงดักจับคืนป่าลึกเขาใหญ่

วันที่ 7 ก.ย.2569 นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ นายบุญเลื่อน แสนโคตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ขญ.9) ว่าเกิดเหตุสัตว์ป่าบุกเข้าสังหารสัตว์เลี้ยงของราษฎร ที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 1 ต.สะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

นางบุญมา อู่แก้ว อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านผู้ประสบเหตุการณ์สยอง เล่าด้วยน้ำเสียงยังไม่หายตื่นตระหนกว่า ช่วงเกิดเหตุมีฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องและระบบไฟฟ้าดับมืดสนิททั้งหมู่บ้าน กระทั่งช่วงเวลาประมาณตี 5 ได้ยินเสียงฝูงไก่ชนและไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงไว้รวมกว่า 30 ตัว ภายในเล้าข้างบ้านซึ่งแบ่งเป็น 2 คอกติดกัน ส่งเสียงร้องกระต๊ากดังลั่นสลับเสียงบินชนฝากระแทกเล้าอย่างผิดปกติ

ด้วยความห่วงใยสัตว์เลี้ยง ยายบุญมาจึงถือกระบอกไฟฉายเดินฝ่าความมืดลงไปส่องดู เมื่อเปิดคอกแรกไม่พบความผิดปกติจึงปิดไว้ แล้วเอื้อมมือเปิดประตูคอกที่สอง ทันทีที่ลำแสงไฟฉายกระทบเข้าไปในคอก ถึงกับตกใจแทบช็อกหัวใจจะวาย! เมื่อเห็นร่างสัตว์ป่าขนนุ่มสีดำสนิท ขนาดทอดตัวเท่าคน นั่งโค้งโม้งอยู่บนชั้นไม้ ในปากกำลังกัดเคี้ยวซากไก่สดๆ อย่างหิวโหย

“ตอนนั้นตกใจจนหัวใจแทบวาย ขาแข็งถกไม่ขึ้น ตะโกนก็ร้องไม่ออก รวบรวมสติค่อยๆ ถอยห่างออกมาแล้วรีบวิ่งไปตะโกนเรียกญาติและเพื่อนบ้านมาช่วย พอชาวบ้านถือไฟฉายหลายดวงมาช่วยกันส่อง หมีก็ตกใจเสียงโวยวายและแสงไฟ วิ่งกระโดดข้ามรั้วข้างบ้านหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว” ยายบุญมา เล่านาทีระทึก

เช้าตรู่วันเดียวกัน ชาวบ้านและผู้นำชุมชนได้เข้าสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ ต้องผงะเมื่อพบซากไก่ชนและไก่พื้นเมืองถูกสังหารกัดกินฉีกขาด ไส้ทะลักกระจัดกระจายตายสยองรวม 7 ตัว บางตัวถูกกัดกินไปบางส่วน ชาวบ้านจึงช่วยกันเก็บซากบรรจุใส่ถุงปุ๋ยไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ บริเวณพื้นดินโคลนหลังเล้าไก่ยังพบรอยเท้าสัตว์ป่าขนาดใหญ่เหยียบย่ำประทับอยู่อย่างเด่นชัดหลายรอย จึงประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หน่วย ขญ.9 เข้าตรวจสอบ

ต่อมา นายบุญเลื่อน แสนโคตร หัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 3 หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขญ.9 (ใสใหญ่) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานและตรวจวัดรอยเท้าอย่างละเอียด โดยใช้อุปกรณ์เปรียบเทียบรอยเท้าสัตว์ป่า พบว่าวัดความยาวจากปลายเล็บถึงส้นเท้าได้ 138 – 140 มิลลิเมตร (14 เซนติเมตร)

ลักษณะอุ้งเท้ากว้าง เล็บยาวโง้ง ยืนยันตรงกันว่าเป็นรอยเท้าของ “หมีหมา” (Malayan Sun Bear) สัตว์ป่าคุ้มครอง น้ำหนักตัวราว 25 กิโลกรัม และจากการตรวจสอบโดยรอบไม่พบตัวหมี แต่พบรอยปีนข้ามรั้วออกไปในป่ายูคาลิปตัสข้างหลังบ้าน

นายบุญเลื่อน แสนโคตร หัวหน้าหน่วย ขญ.9 เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประมาณ 5 กิโลเมตร แต่เนื่องจากพื้นที่รอบหมู่บ้านมีแนวป่าชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และทุ่งนาเชื่อมต่อถึงกัน สัตว์ป่าจึงอาศัยช่องทางธรรมชาตินี้เดินลัดเลาะออกมาหากินนอกเขตอุทยานฯ ได้

“คาดว่าหมีหมาตัวนี้น่าจะยังหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าชุมชนหรือป่ายูคาลิปตัสใกล้เคียง เพราะช่วงเช้าตรู่ยังคงมีผู้พบเห็นร่องรอย ทางอุทยานฯ ได้ประสานงานร่วมกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อนำกรงดักสัตว์มาติดตั้งในจุดเสี่ยง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่แกะรอยติดตามตัว เพื่อนำหมีหมาตัวนี้กลับไปปล่อยคืนสู่ป่าลึกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อความปลอดภัยของทั้งชาวบ้านและตัวสัตว์ป่าเอง” นายบุญเลื่อน กล่าว

พร้อมกันนี้ หัวหน้าหน่วย ขญ.9 ได้กล่าวขอบคุณชาวบ้านที่ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัย ไม่ใช้อาวุธทำร้ายหรือล่าสัตว์ป่า และแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการทันที พร้อมแนะนำเตือนราษฎรในพื้นที่ อ.นาดี ให้หลีกเลี่ยงและเพิ่มความระมัดระวัง หากพบเห็นสัตว์ป่าไม่ว่าจะเป็นหมี ช้าง หรือสัตว์ชนิดอื่น ให้รีบแจ้งผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าควบคุมสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน