หนุ่มฝรั่งเศส เจ้าของสวนสัตว์ สมุย เข้าพบตม. รับทราบคำสั่งเนรเทศ ยันไม่ได้หนีหายไปไหน ภรรยาเผยไม่เครียดแต่ผิดหวัง ทั้งที่เราเป็นผู้ถูกกระทำ เตรียมยื่นอุทธรณ์
วันที่ 8 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เชิญตัว นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส เจ้าของสวนสัตว์ บนเกาะสมุย มาพบ โดยนายเควิน เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.จิน ภรรยา และทนายความ มาแสดงตัวต่อ พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก. ตม.จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายจะเร ตุ้งแก้ว ปลัดอำเภอเกาะสมุย
พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก. ตม.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งและอ่านคำสั่งเนรเทศให้ นายเควิน รับทราบอย่างเป็นทางการ พร้อมนำตัวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และฝากกักตัวที่ สภ.เกาะสมุย เพื่อรอเข้าสู่กระบวนการผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป
ทางเจ้าหน้าที่ได้แยกสถานที่กักตัว เป็นไปตามมาตรการป้องกันไม่ให้ นายเควิน เกิดการเผชิญหน้าหรือกระทบกระทั่งกับ นายยาคอฟ คู่กรณีชาวอิสราเอล โดยนายยาคอฟ จะถูกนำตัวไปกักตัวที่ สภ.บ่อผุด และนายเควิน จะถูกกักตัวอยู่ที่ สภ.เกาะสมุย
ขณะเดียวกัน ข่าวกรมการปกครอง ได้เผยแพร่หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีคำสั่งเนรเทศ นายเควิน โดยระบุพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อสังคมอย่างเด็ดขาด ได้แก่
1. เข้าไปคุกคามด่าทอเจ้าของและครูโรงเรียนสอนภาษาในพื้นที่
2. ใช้กำลังทำร้ายร่างกายชาวตุรกีจนได้รับบาดเจ็บที่ขา พร้อมพกมีดพกมาข่มขู่
3. แสดงพฤติกรรมดูถูก เอะอะโวยวาย ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หน้าบริเวณสถานที่ของเอกชน
4. ทำร้ายร่างกายและขว้างป้ายใส่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งใช้ถ้อยคำไม่สุภาพต่อครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
5. โพสต์ข้อความเชิญชวนผู้ที่ต่อต้านหรือไม่ชอบชาวต่างชาติบางประเทศ ให้มาแสดงพลังในพื้นที่สวนสัตว์ ชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ศาสนา ส่อเจตนาสร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติ ศาสนา และการเมือง
6. ถูกพนักงานต้อนรับแจ้งตำรวจนำตัวลงจากเครื่องบินโดยสารภายในประเทศ หลังข่มขู่ผู้โดยสารด้วยกัน
จึงเห็นว่าพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ของ นายเควิน เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี ความผาสุกของประชาชน หรืออีกทั้งยังสร้างความแตกแยกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา อาจทำให้เสื่อมเสียความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ
ด้าน น.ส.จินดารัตน์ ภรรยา นายเควิน ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่สามีโดนข้อหาเนรเทศตนรู้สึกงง ทั้งที่เราเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งสามีทำหน้าที่ในการปกป้องตนเองในฐานะภรรยา แต่โดนข้อหาที่โดนกลับเหมือนเราไปข่มขู่คุกคาม และทำผิดอื่น ๆ
น.ส.จินดารัตน์ กล่าวว่า วันที่เควินไปหน้าชาบัค เฮ้าส์ ที่ตั้งอยู่ ต.บ่อผุด จริง เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 69 เพราะโดนข่มขู่มาว่าจะมาปิดกิจการกิจปิดร้าน เมื่อสามีไปถึงก็ไปตะโกนด่าจริง ๆ เรื่องตรงนี้เราจึงถูกแจ้งคุกคาม
“หลังจากเมื่อวานนี้นายกฯเซ็นคำสั่งเนรเทศแล้ว สามีไม่ได้หายไปไหน ยังไปนั่งกินสเต็กอยู่ในพื้นที่บ้านใต้อยู่เลย แต่เป็นวันปิดร้าน (ทุกวันจันทร์) ในส่วนที่ว่า เจ้าหน้าที่ตามหาหาไม่เจอ ยืนยันว่าไม่มีใครมาหา มาแจ้ง ทั้งที่เจ้าหน้าที่มีช่องทางการติดต่อ”
น.ส.จินดารัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับหนังสือที่ออกมา ไม่ขอตอบว่าได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่อยากรู้ว่า เรื่องที่อยู่ในหนังสือใครเป็นคนเสนอไป และหากเป็นในเรื่องของการที่ชาวต่างชาติคนนึงขับรถแล้วทำผิดจราจรไม่ได้ชำระค่าปรับ แต่มีการจ่ายค่าประกันตัว 1 แสนบาท มันเป็นเรื่องความผิดร้ายแรงขนาดไหน ซึ่งมีใบเสร็จการจ่ายค่าปรับ 5,000 บาทอยู่ที่โพสต์ลงโซเชียล จะต้องอุทธรณ์เรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความรู้สึกของเควิน ภรรยาบอกว่า ไม่ได้รู้สึกเครียด แต่รู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่ตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ แต่กลับต้องมาอยู่ในจุดเดียวกับผู้คุกคาม และรู้สึกผิดหวังในกระบวนการกฎหมายรวมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
สำหรับความคืบหน้าในการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ขณะนี้ได้เตรียมเอกสารและหลักฐานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยตั้งใจจะเดินทางไปยื่นเรื่องส่งตรงถึงกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคาดว่าจะเดินทางภายในวันสองวันนี้ หรือไม่เกินวันศุกร์ที่จะถึงนี้
ในส่วนของการดูแลสวนสัตว์ในระหว่างนี้ ได้มอบหมายให้พี่ชายเป็นผู้ดูแลแทนเป็นการชั่วคราว