ตั้ม บ้าพลัง มาแล้ว รุดช่วยสาววัย34ถูกรองนายกอบต. ยักยอกเงินฌาปนกิจของแม่ที่เสียชีวิต ก่อนเจรจาไกล่เกลี่ยสำเร็จยอมแบ่งเงินกันคนละครึ่ง
วันที่ 9 ก.ย.2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ตั้ม บ้าพลัง เดินทางลงพื้นที่ตำบลหนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากน.ส.ธิดารัตน์ อายุ 34 ปี เนื่องจากถูกรองนายก อบต. ในพื้นที่ยักยอกเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของแม่ไปจำนวนกว่า 100,000 บาท
เมื่อรู้ความจริง พยายามติดตามทวงถามเงินฌาปนกิจดังกล่าว ทางรองนายกอบตยืนยันว่าจะให้เงินเพียง 20,000 บาทเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าขาดส่งเงินสมทบ และทางรองนายกอบตเป็นคนส่งให้ จึงมีสิทธิ์ที่จะ ได้รับเงินฌาปนกิจก้อนดังกล่าวไป
น.ส.ธิดารัตน์ ให้ข้อมูลว่า เดิมทีแม่เป็นสมาชิกเงินกองทุนฌาปนกิจ ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนมาโดยตลอด แต่เมื่อแม่เริ่มล้มป่วย ก็เริ่มขาดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนไปบ้าง เมื่อตนรู้จึงรีบเข้าไปติดต่อที่กองทุนเพื่อจัดส่งเงินสมทบแทนแม่ที่กำลังล้มป่วย แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ จากรองนายกคนดังกล่าว ซึ่งมีฐานะเป็นกรรมการของกองทุนฌาปนกิจ ให้เหตุผลว่า แม่ขาดส่งเงินสมทบเกิน 3 เดือน จึงถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร
กระทั่งแม่ของตนเสียชีวิตลงเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ตนถึงได้ทราบว่า ทางรองนายกอบต.คนดังกล่าว ได้แอบส่งนักสมทบเข้ากองทุนฌาปนกิจโดยใช้ชื่อแม่ของตน และมีการพยายามมาขอเอกสารการเสียชีวิตของแม่ตนเพื่อจะไปนำเงิน สมทบดังกล่าวจากกองทุนออกมา เมื่อตนทราบเรื่อง จึงได้ไปติดตามทวงถามกับทางรองนายกคนดังกล่าว แต่ก็ได้คำตอบว่า แม่ของตนขาดส่งเงินจนถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว
แต่ระหว่างนั้นรองนายกอบต.ได้ส่งเงินแทนแม่ตน จำนวนเงิน ประมาณ 3,000 บาท จึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินก้อนดังกล่าว ซึ่งตนก็พยายามร้องเรียนขอความเป็นธรรม ไปยังคณะกรรมการกองทุน จนคณะกรรมการเรียกตนและฝ่ายรองนายกอบต.เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกัน
มีการยื่นข้อเสนอขอแบ่งเงิน 60/40 แต่ทางคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า สมควรให้แบ่งเงินกันคนละ 50/50 ซึ่งตนก็ยินยอม แต่ทางฝ่ายของรองนายกอบต.กลับไม่ยอม และยืนยันว่าจะมอบเงินให้กับตนเพื่อร่วมทำบุญในงานศพเพียง 20,000 บาทเท่านั้น ตนจึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยังตั้ม บ้าพลัง ให้ลงพื้นที่มาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือตน
เบื้องต้น นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ตั้ม บ้าพลัง ได้พาน.ส.ธิดารัตน์พร้อมสื่อมวลชน เดินทางไปยังอบต. เพื่อจะขอพูดคุยกับทางรองนายกอบต.คนดังกล่าว โดยได้มีการเชิญนายกอบต. กำนันตำบล ประธานกองทุนเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการพูดคุยหารือเพื่อร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยทางรองนายกอบต. ยังคงยืนยันคำเดิมว่าแม่ของน.ส.ธิดารัตน์ ขาดส่งเงิน จนถูกตัดสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทางตั้ม บ้าพลัง ก็ได้แย้งว่า การกระทำในลักษณะนี้ ไม่เป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทุกคนที่จะมาหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ความเป็นธรรมกับสังคมฝ่าย สุดท้าย หลังใช้เวลาหารือร่วมกันนานกว่า 1 ชั่วโมง
ทั้งสองฝ่ายก็สามารถตกลงกันได้ โดนยินยอมที่จะแบ่งเงินจำนวน 100,000 บาทร่วมกันในอัตรา 50/50 และจบปัญหาทุกอย่างร่วมกัน โดยทาง กองทุน จะนัดหมายนางสาวสุดารัตน์ให้นำเอกสารหลักฐานยืนยันการเสียชีวิตของแม่มาแสดงพร้อมรับเงินในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
หลังการเจรจาไกล่เกลี่ยจบลงไปได้ด้วยดี น.ส.ธิดารัตน์ ได้กล่าวขอบคุณ ตั้ม บ้าพลัง ที่ได้ลงพื้นที่มาให้ความช่วยเหลือและคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตน ขณะที่ ตั้ม บ้าพลัง ฝากไปถึงพวกที่ เดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามาได้ที่เพจของตนเอง โดยตนเองจะพิจารณา และลงพื้นที่ไปตรวจสอบให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยตนเองต่อไป

