สาวเจ้าของกิจการปลาหมึกแห้งนำคลิปเหตุการณ์ปรึกษาทนายรัชพล เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้บริหารท้องถิ่นกับลูกน้อง อ้างอำนาจปกครองค้นรถหาปืนแต่ไม่เจอ

วันที่ 10 ก.ย.2569 น.ส.กรองแก้ว อายุ 38 ปี เจ้าของกิจการปลาหมึกแห้ง ต.ปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางเข้าปรึกษากับทนายรัชพล ศิริสาคร ที่สำนักงานกฎหมายย่านอำเภอเมืองนนทบุรี เพื่อจะแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีและผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่ ต.ปากน้ำปราณ

น.ส.กรองแก้ว เปิดเผยว่า ตนกับลูกชายหญิงคู่กรณีมีปัญหากันเรื่องที่ลูกชายคู่กรณีโพสต์เสียดสี ด่าทอตนกับครอบครัวมานานกว่า 8 เดือน ทำให้เกิดการโต้เถียงกันไปมาว่าฝ่ายใครเริ่มก่อนถึงขั้นท้ากันไปสาบานที่ศาลกรมหลวงชุมพร นัดหมายกันในวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาฝ่ายคู่กรณีมีการโพสต์เชิญชวนชาวบ้านในพื้นที่ให้ไปเป็นสักขีพยานด้วย วันนั้นเมื่อไปถึงตนเป็นคนจุดธูป 16 ดอกท้าสาบานเป็นคนแรก โดยหญิงคู่กรณีกับลูกชาย มานั่งร่วมวงอยู่ที่หน้าศาลด้วย

“แต่ปรากฎว่าเมื่อเราได้จุดธูปยกมือสาบานเสร็จแล้วได้ส่งธูปให้ลูกชายฝ่ายหญิงคู่กรณี กลับถูกปฎิเสธจากหญิงคู่กรณีพร้อมบอกลูกชายว่า ไม่ต้องสาบานแล้ว ไม่ใช่ประเด็น ก่อนที่ลูกชายของหญิงคู่กรณีจะรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเขาเป็นฝ่ายผิดเอง เหตุการณ์น่าจะจบลงแค่นั้น แต่ระหว่างนั้นมีผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่กับลูกน้องซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยฝ่ายลูกน้องปรี่จะเข้าไปต่อยพ่อของตนก่อน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามปรามไว้ จากนั้นผู้บริหารท้องถิ่นตะโกนพร้อมชี้ไปที่รถของเราว่าในรถมีปืน ทำให้เราถูกชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์เข้ามาล้อมรถไว้ แม้เราจะพยายามอธิบายแล้วว่า เป็นแค่นักธุรกิจหญิงตัวเล็กๆ ไม่ได้มีปืนอะไร แต่ผู้บริหารท้องถิ่นอ้างว่า เขาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมีสิทธิ์มีอำนาจที่จะค้นรถได้ตามกฎหมาย”

น.ส.กรองแก้ว เล่าต่อว่า ตนถามผู้บริหารท้องถิ่นกลับว่าไป ถ้าค้นแล้วไม่เจออาวุธปืนจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงตนยังไง เพราะในเหตุการณ์นี้มีการไลฟ์สดและมีชาวบ้านในพื้นที่มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก การที่กล่าวหาตนลอยๆแบบนี้ ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งทางนั้นบอกว่า ถ้าค้นไม่เจอปืนก็ยินดีให้ตนฟ้องดำเนินคดีกับเขาได้เลย จนกระทั่งตำรวจตรวจค้นรถแล้วก็ไม่พบอาวุธปืนตามที่ถูกกล่าวหา และยังไร้คำขอโทษจากทางนั้นด้วย ตนรวบรวมพยานหลักฐานรวมทั้งคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเข้ามาปรึกษาทนายรัชพล เพื่อเตรียมดำเนินคดีผู้บริหารท้องถิ่นกับลูกน้อง เพราะนอกจากจะวางตัวไม่เป็นกลาง ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบแล้ว ยังกล่าวหาทำให้ชื่อเสียงตนได้รับความเสียหาย

ด้านทนายรัชพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ของฝ่ายผู้เสียหายพบว่า การที่ผู้บริหารท้องถิ่นไปกล่าวหาจนทำให้ฝ่ายผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในลักษณะแบบนี้ ไปตะโกนชี้ว่ามีปืน ๆ แต่พอตรวจสอบแล้วไม่มี เข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาเพราะมีชาวบ้านมามุงดูและไลฟ์สดเหตุการณ์ออกไปด้วย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท รวมทั้งอาจจะเข้าข่ายแจ้งความอันเป็นเท็จอีก หลังจากนี้ตนจะพาผู้เสียหายเดินทางไปเข้าแจ้งความที่ สภ.ปากน้ำปราณ ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน