ฝนตกยังเอาไม่อยู่ ไฟไหม้วอดบ้านทรงไทย 2 ชั้น ฉีดน้ำคุมเพลิงเป็นชั่วโมง เจ้าของบ้านเล่านาทีหนีตาย เพิ่งหลับไม่ถึงชั่วโมง แปลกใจตัวเองง่วงนอนไวผิดปกติ แม่มาปลุกตอนไฟลามหนักแล้ว

วันที่ 12 ก.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านทรงไทย ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ยายแพง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม จึงประสานรถดับเพลิงจากหน่วยงานในพื้นที่และใกล้เคียงรวม 6 คัน เช่น เทศบาลตำบลกระดังงา เทศบาลตำบลอัมพวา เทศบาลตำบลบางนกแขวก รวมถึงเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทรงไทย 2 ชั้น โดยมี นายโฆสิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี เป็นเจ้าของบ้าน พบเปลวเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ตัวบ้านอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงท่ามกลางฝนที่ตกลงมา แต่เนื่องจากตัวบ้านส่วนใหญ่เป็นไม้ ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เพลิงก็ไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

นายโฆษิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเข้านอนตั้งแต่ประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งเร็วกว่าปกติ เนื่องจากรู้สึกง่วง กระทั่งช่วงประมาณ 4 ทุ่มกว่า คุณแม่ได้เข้ามาปลุกและบอกว่าเกิดไฟไหม้ โดยแม่เล่าว่าได้ยินเสียงคล้ายระเบิด ก่อนจะออกมาดูและพบควัน จึงรีบขึ้นไปปลุกตน

นายโฆษิต กล่าวต่อว่า เมื่อออกมาดูก็พบว่าไฟได้ลุกลามอย่างหนักแล้ว โดยต้นเพลิงที่สังเกตเห็นอยู่บริเวณฝั่งห้องทำงาน ซึ่งภายในมีคอมพิวเตอร์ เครื่องสำรองไฟ หรือ UPS และอุปกรณ์ทำงานต่างๆ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอุปกรณ์ใดเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง ตนมารู้ว่าไฟไหม้ ไฟมันลุกลามหนักแล้ว ฝั่งหนึ่งลงไม่ได้ จึงต้องลงอีกทาง พอลงมาได้ก็รีบเอาสุนัขออกมา ตอนนั้นในบ้านอยู่กัน 3 คน ไฟมันเอาไม่อยู่แล้ว

เจ้าของบ้านเล่าต่อว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านทรงไทย 2 ชั้น ชั้นบนมี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และพื้นที่ต่างๆ เชื่อมต่อกัน เมื่อไฟติดจึงสามารถลุกลามไปยังส่วนอื่นของบ้านได้อย่างรวดเร็ว ปกติตนจะเข้านอนประมาณเที่ยงคืน แต่วันเกิดเหตุรู้สึกง่วงผิดปกติจึงเข้านอนตั้งแต่ประมาณ 3 ทุ่ม ก่อนจะเกิดเหตุในช่วง 4 ทุ่มกว่าๆ หลังจากหลับไปได้เพียงประมาณ 1 ชั่วโมง

นายโฆษิต กล่าวอีกว่า ถ้าวันนี้ตนยังไม่นอนเหมือนทุกวัน แล้วเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก ก็น่าจะรู้เร็วและอาจแก้ไขได้ทัน แต่มารู้ตอนที่ไฟลามไปมากแล้ว สำหรับคุณแม่ ขณะนี้ปลอดภัยและไปพักอยู่ที่บ้านข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหายที่แน่ชัดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน