“ห้องเครื่อง” เมืองสุขภาพ ศรีชัยยะปุระ ตัวแทน จ.กาญจนบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทอาหารคาว ระดับ 5 ดาว จากเมนู “แกงแคปลาคัง” บนเวที Thai Food Good Health
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อนนโยบาย “Thai Food Good Health : ยกระดับภูมิปัญญาไทย สู่มาตรฐานอาหารสุขภาพระดับสากล” นำร่องพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 ก่อนขยายผลสู่เป้าหมาย “77 จังหวัด 770 เมนู หนึ่งระบบมาตรฐาน Thai Food Good Health”
ภายในงานมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้แทนจังหวัด สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม เชฟ นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร อสม. และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการแข่งขันปรุงเมนูอาหารสุขภาพจากวัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีเชฟตัวแทนจาก 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 ได้แก่ สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมประชันฝีมือใน 3 ประเภท ได้แก่ อาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม
“แกงแคปลาคัง” พากาญจนบุรีคว้าชนะเลิศอาหารคาว 5 ดาว
ผลการแข่งขันประเภทอาหารคาว ปรากฏว่า ทีม “ห้องเครื่อง” เมืองสุขภาพ ศรีชัยยะปุระ ตัวแทนจังหวัดกาญจนบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับ 5 ดาว จากเมนู “แกงแคปลาคัง” ซึ่งพัฒนาโดย เชฟเก่ง ทีมครัวห้องเครื่อง
เมนูดังกล่าวเกิดขึ้นจากโจทย์ “ปลาคัง” หรือ “ปลากดคัง” ที่ได้รับในการแข่งขัน ก่อนนำมาตีความผ่านภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านล้านนา โดยเลือก “แกงแค” มาเป็นโครงสร้างของเมนู ด้วยเอกลักษณ์ของแกงพื้นบ้านที่ใช้ผัก สมุนไพร และเครื่องเทศหลากหลายชนิด
การพัฒนาเมนูให้ปลาคังเป็นวัตถุดิบหลักของจาน ขณะที่ผักพื้นบ้าน สมุนไพรและเครื่องเทศทำหน้าที่สร้างกลิ่น รส สี และเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติ แนวทางการปรุงเน้นวัตถุดิบจริง ลดการพึ่งพาความเค็ม และไม่ใช้ผงชูรส
แนวคิดสำคัญเบื้องหลังเมนูคือ
“เราไม่ได้สร้างความอร่อยด้วยการเพิ่มเครื่องปรุง แต่สร้างความอร่อยด้วยการเพิ่มความหลากหลายของธรรมชาติ”
“แกงแคปลาคัง” จึงเป็นการนำภูมิปัญญาอาหารล้านนามาตีความในบริบทอาหารเพื่อสุขภาวะร่วมสมัย โดยยังให้ “ความอร่อย” เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ก่อนส่งต่อคุณค่าจากการเลือกวัตถุดิบและกระบวนการปรุงอย่างใส่ใจ
ดัน “77 จังหวัด 770 เมนู” สู่ Global Wellness Menu
การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงสาธารณสุขในการนำอาหารไทย ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ มาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสุขภาพ ด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพร ภูมิปัญญาอาหารไทย หลักโภชนาการ และความปลอดภัยด้านอาหาร
เป้าหมายสำคัญคือการค้นหาและพัฒนาอาหารอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดละ 10 เมนู รวม 770 เมนูจาก 77 จังหวัด พร้อมวางเส้นทางยกระดับคุณภาพจากมาตรฐานระดับ 3 ดาว ไปสู่ระดับ 4 ดาว “Taste Excellence” และระดับ 5 ดาว “Global Wellness Menu” เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดสุขภาพและตลาดนานาชาติ
พื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 ได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเกณฑ์ Thai Food Good Health มาทดลองประเมินและทดสอบเมนูอาหารสุขภาพอัตลักษณ์สมุนไพรท้องถิ่นจากผู้ประกอบการจำนวน 80 เมนู เพื่อถอดบทเรียนและพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน ก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ
จากเมืองสุขภาพ สู่ “ห้องเครื่อง” ครัวไทยสุขภาพดี
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ เมืองสุขภาพ ศรีชัยยะปุระ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเริ่มพัฒนางานด้านเวลเนสอย่างจริงจังในปี 2566 ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้การก่อตั้งของ นางจิตติมาพร นิลมัย ศรีชัยยะปุระมุ่งนำองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดสู่กิจกรรมด้านสุขภาวะและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ก่อนขยายแนวคิดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเชื่อมโยงชุมชนที่ ชุมชนยลวิถีวัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่
ล่าสุดได้ต่อยอดองค์ความรู้ด้านอาหารสู่ “ห้องเครื่อง” ครัวไทยสุขภาพดี โดยนำภูมิปัญญาอาหารไทย 4 ภาคมาพัฒนาในบริบทสุขภาวะร่วมสมัย ภายใต้การพัฒนาเมนูอย่างเป็นระบบของทีมครัวที่ดูแลโดย เชฟแอม ให้ความสำคัญทั้งด้านรสชาติ วัตถุดิบ โภชนาการ และมาตรฐานอาหาร
แนวทางของห้องเครื่องเน้นการใช้วัตถุดิบจริงและเป็นธรรมชาติ ลดการพึ่งพาโซเดียม ไม่ใช้ผงชูรส และนำความหลากหลายของผัก สมุนไพรและเครื่องเทศไทยมาสร้างมิติของรสชาติ โดยไม่ได้มุ่งกล่าวอ้างว่าอาหารสามารถรักษาหรือป้องกันโรค แต่เสนอแนวคิดว่า อาหารแต่ละมื้อสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาวะได้
“ความอร่อยนำหน้า สุขภาพเป็นคุณค่าที่อยู่เบื้องหลัง”
นางจิตติมาพร นิลมัย ผู้ก่อตั้งเมืองสุขภาพ ศรีชัยยะปุระ กล่าวว่า การพัฒนา “ห้องเครื่อง” เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดองค์ความรู้ด้านสุขภาวะของศรีชัยยะปุระ โดยต้องการรักษาคุณค่าของภูมิปัญญาอาหารไทย พร้อมนำมาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัย
“เราเชื่อว่าภูมิปัญญาไทยไม่ควรถูกเก็บไว้เพียงเพื่อการอนุรักษ์ แต่สามารถนำมาต่อยอดให้เข้ากับชีวิตของคนในปัจจุบันได้ สำหรับห้องเครื่อง เราต้องการให้อาหารยังคงเป็นอาหารที่อร่อย ทำให้คนอยากกลับมากินอีกครั้ง ขณะที่เบื้องหลังความอร่อยนั้นคือความใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบ วิธีปรุง และสุขภาวะ เพราะเราเชื่อว่า ‘ความอร่อยนำหน้า สุขภาพเป็นคุณค่าที่อยู่เบื้องหลัง’”
การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิด “Srichaiyapura — Thai Wisdom Wellness Living” หรือการสร้างพื้นที่เรียนรู้และสัมผัสสุขภาวะแบบไทย ผ่านภูมิปัญญา อาหาร การดูแลกายใจ และวิถีชุมชน โดยเชื่อมโยง Wellness อาหาร และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
รางวัลชนะเลิศจาก “แกงแคปลาคัง” ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นความสำเร็จของทีมผู้ประกอบการจากจังหวัดกาญจนบุรี แต่ยังสะท้อนโอกาสของการนำภูมิปัญญาอาหารไทยมาพัฒนาให้ตอบโจทย์สุขภาวะร่วมสมัย และต่อยอดสู่เศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต





