พ่อเลี้ยงเปิดแชตสุดท้าย ก่อนลูกสาวเสียชีวิตเปลือยในห้อง เชื่อมีคนทำให้ตาย ตำรวจตรวจเก็บดีเอ็นเอ เอาผ้าเช็ดตัวในห้องไปตรวจสอบ
วันที่ 16 ก.ย.69 ความคืบหน้าจากกรณี น.ส.พิม อายุ 24 ปี เสียชีวิตสภาพเปลือย มีสายไฟพันคออยู่ในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี ขณะที่ตำรวจเชื่อว่าอาจจะถูกฆาตกรรม เพราะพบพิรุธหลายอย่าง อ่านข่าว ตร.เชื่อโดนฆาตกรรม สาวเสียชีวิตปริศนา เปลือยในห้องเช่า เผยพิรุธหลายอย่าง
ล่าสุด ที่ สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจได้เชิญเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตมาเก็บดีเอ็นเอ ขณะเดียวกันยังได้เชิญผู้พักอาศัยห้องข้างเคียง ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาชายหญิง มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอด้วย ซึ่งการเก็บตัวอย่างดังกล่าวเป็นขั้นตอนในการรวบรวมและคัดกรองพยานหลักฐาน ยังไม่ระบุว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการกลับเข้าตรวจสอบภายในห้องพักอย่างละเอียด พบว่าสายไฟที่ใช้พันคอผู้เสียชีวิต เป็นสายไฟที่ต่อมาจากปลั๊กสามตา ส่วนร่องรอยที่คาดว่าจะมีการลากร่าง พฐ.ได้เก็บหลักฐานไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งจากร่องรอยและหลักฐานไม่น่าจะเป็นการทำร้ายตัวเอง แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตหรือชี้ตัวผู้ก่อเหตุได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ พฐ. ยังได้เก็บผ้าเช็ดตัวที่พบภายในห้องพักไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย
ด้าน นายประยูร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี พ่อเลี้ยง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวทักข้อความมาขอยืมเงิน 500 บาท โดยส่งรูปมาให้ครอบครัวดูว่าอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อไปรับยารักษาโรคประจำตัว เนื่องจากเป็นไทรอยด์เป็นพิษและเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก ครอบครัวจึงรีบโอนเงินไปให้ 500 บาท และข้อความสุดท้ายที่ลูกบอกก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยคือ “คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ อยากกลับบ้าน”
นายประยูร เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ลูกสาวเป็นคนร่าเริง ไม่ชอบเที่ยวเตร่ และมุ่งมั่นทำงานเก็บเงิน จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ลูกจะคิดสั้น พร้อมยืนยันว่าตนเลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จึงผูกพันและรักเหมือนลูกแท้ๆ ขอให้ตำรวจลากตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และหากวิญญาณลูกรับรู้ อยากบอกว่ารักลูกมาก ชาติหน้าขอให้กลับมาเกิดเป็นพ่อลูกกันอีก
ทางด้าน นายคำ อายุ 51 ปี พ่อแท้ๆ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนรับจ้างกรีดยางที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พอรู้ข่าวลูกเสียชีวิตแทบช็อกรีบเดินทางมาเลย สำหรับลูกสาวเป็นที่รักของคนในครอบครัว การจากไปอย่างกะทันหันสร้างความเสียใจอย่างมาก และหากพบว่ามีผู้กระทำผิด ขอให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ตนเชื่อลูกสาวไม่คิดฆ่าตัวตายแน่นอน เขาเป็นคนสู้ชีวิต ทำงานเลี้ยงตัวเองมาตลอด
ส่วน น.ส.นาง อายุ 45 ปี ผู้เป็นแม่ ยังคงร่ำไห้และเชื่อว่าลูกสาวไม่น่าจะทำร้ายตัวเอง เพราะเป็นคนขยันทำงานและช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอด พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงและนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี หากพบหลักฐานว่ามีการกระทำความผิด
ทั้งนี้ ตำรวจยังคงเร่งสอบปากคำพยาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เก็บหลักฐาน DNA และวัตถุพยานจากจุดเกิดเหตุ รวมถึงรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อประกอบการคลี่คลายคดี โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและยังไม่มีการชี้ตัวผู้ก่อเหตุ